วัยรุ่นชาย 3 คนที่ร่วมกันก่อเหตุรุมทำร้ายและฟันศีรษะนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี พ่อของคู่อริซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านโคกกว้าง หมู่ 10 ตำบลโคกงาม เมื่อคืนเคานต์ดาวน์ที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านฝางแล้วเมื่อวานนี้ โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสามคนในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า
หนึ่งในวัยรุ่นที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีนี้ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า มูลเหตุมาจากงานหมอลำคืนวันที่ 29 ธ.ค.2562 น้องชายที่รู้จักกันซึ่งอยู่ต่างหมู่บ้านวิ่งมาบอกตนเองว่ามีคนจะทำร้าย ตนจึงอาสาไปส่งให้ แต่นปรากฏว่านายกิ๊ฟ ซึ่งเป็นเพื่อนในหมู่บ้านที่โตมาด้วยกันได้เข้ามาทำร้ายน้องชายตนเองก่อน ตนจึงถามว่าไปทำเขาทำไมคนรู้จักกัน แต่นายกิ๊ฟไม่ฟัง เตะก้านคอตนเองแล้ววิ่งหนีกลับบ้านไป ตนจึงตามไปที่บ้าน เพื่อให้ออกมาเคลียร์กันแต่ก็ไม่ออกมา
เมื่อมาถึงคืนที่เกิดเหตุ นายกิ๊ฟก็ขี่รถจักรยานยนต์ถือมีดด้ามยาวออกมาเรียกตนไปเคลียร์ จึงนัดกันที่หน้าร้านเกมส์ ซึ่งฝ่ายคนก็มีเพื่อนมาด้วย ส่วนนายกิ๊ฟก็พาพ่อมา โดยพ่อนายกิ๊ฟใช้ด้ามไม้ฟาดศีรษะตนจนได้รับบาดเจ็บ ดีที่พี่ของตนมาช่วยห้ามไว้ไม่เช่นนั้นคงโดนมากกว่านี้ แต่ตนได้สติแล้วก็มาเอาคืนจนเกิดการชุลมุนกัน
พ.ต.อ.ธนาวัช ดีบุญมี ณ ชุมแพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสามคนแล้วพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวชั่วคราวไปเพราะทั้งสามเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และให้ความร่วมกับในการสอบสวนเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามคดีนี้ทั้งสองฝ่ายต่างมีการแจ้งความเอาผิดซึ่งกันและกัน จึงได้กำชับให้ทำคดีให้กับทั้งสองฝ่ายอย่างรอบคอบ ซึ่งในชั้นสอบสวนถือว่าทำเกือบครบสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงการสอบปากคำผู้บาดเจ็บคือนายอุทิศ เนื่องจากยังให้การไม่ได้ และต้องรอผลตรวจจากแพทย์ลงความเห็นอาการของผู้บาดเจ็บก่อน เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมาย
ทั้งนี้จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าทั้งสองฝ่ายมีความผิดตามกฎหมายทั้งคู่ ซึ่งหลังจากมีการสอบปากคำผู้บาดเจ็บคือนายอุทิศเสร็จแล้วก็จะแจ้งข้อหาทั้งนายอุทิศและลูกชายในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ก่อนจะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลตามขั้นตอน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ถูกผิดว่ากันไปตามพยานหลักฐาน