วันนี้ 12 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ได้ส่งเสียงตะโกนไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพวก โดยการแสดงออกลักษณะนี้เป็นกิจกรรมสุดท้ายก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้าน ผู้จัดงาน แจ้งว่า วันนี้มีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดประมาณ 13,000 คน
ช่วงหนึ่งนายธนวัฒน์ วงค์ไชย ผู้จัดงานแถลงจุดยืนบนเวทีว่า การวิ่งครั้งนี้ไม่ใช่แค่วิ่งไล่ลุงตามชื่องาน แต่เป็นการวิ่งไล่รัฐบาลที่บริหารเศรษฐกิจไม่เป็น วิ่งไล่ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงวิ่งไล่ความอยุติธรรม
พร้อมกันนี้ยังประกาศจัดกิจกรรมวิ่งอีกครั้ง ที่จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 2 ก.พ.พร้อมประกาศจุดยืนว่า หลังเสร็จสิ้นงานวันนี้ แม้จะมีคดีความเพิ่มเติมก็ไม่กังวล
นายธนวัฒน์ ยังระบุอีกว่า การที่งานเดินเชียร์ลุงสามารถจัดงานได้โดยไม่ติดขัดเหมือนงานวิ่งไล่ลุง สะท้อนว่า ผู้มีอำนาจ ไม่ต้องการฟังเสียงประชาชนที่เห็นต่างกับตัวเอง
ส่วน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แม้จะยืนยันว่าเป็นเพียงคนมาร่วมวิ่ง ไม่มีส่วนร่วมกับการจัดงาน แต่ก็กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในกิจกรรมนี้
ส่วนหนึ่งนายธนาธร ระบุว่า การที่ประชาชนมาจำนวนมากสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนตื่นตัวและเข้าใจสถานการณ์ทางการเมือง เชื่อว่า ตลอดปี 2563 จะได้เห็นการชุมนุมของประชาชนทั้งกลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ เรื่องอื่นๆมากขึ้น พร้อมกันนี้ฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ และ เจ้าหน้าที่ว่า ควรยุติการคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง เนื่องจากทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก
ส่วนประเด็นเรื่องการตัดสินคดีโลโก้พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นสัญลักษณ์ของการล้มล้างการปกครอง ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ซึ่งโทษรุนแรงสุดถึงขั้นยุบพรรค นายธนาธร ระบุว่า ถึงยุบพรรค ก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ที่ไม่ดีของรัฐบาลดีขึ้นได้ เพราะ การแก้ปัญหาควรปล่อยให้ประเทศมีประชาธิปไตยเต็มที่
นอกจาก นายธนาธรจะมาร่วมวิ่งแล้ว นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา รวมถึงลูกๆ ก็มาร่วมวิ่งด้วย และยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนมาร่วมงาน ทั้งน.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ และหลานสาวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีตรองโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหว เป็นต้น
โดยระหว่างการวิ่งนอกจากทุกคนจะชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว บางคนยังถือป้ายข้อความไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และบางคนสวมชุดแฟนซีทั้ง ไดโนเสาร์ ก็อตซิล่า และ รถถัง มาร่วมวิ่งด้วย
โดยก่อนการวิ่ง ยังมีกิจกรรมสีสันในลักษณะประชดประชันทางการเมือง ซึ่งผู้จัดงานนำนักวิ่งวอร์มร่างกาย โดยเป็นการวอร์มด้วยท่าแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ท่าฟาร์มไก่ ท่าทุ่มด้วยโพเดียม
ขณะที่จุดปล่อยตัว มีนาฬิกาจับเวลา ซึ่งมีข้อความกำกับว่า ‘เรือนนี้ยืมเพื่อนมา’ และหลังการวิ่ง นอกจากน้ำที่ผู้จัดเตรียมไว้ให้ ยังมีการจัดเตรียมกล้วยให้นักวิ่งทานเป็นอาหารรองท้อง ซึ่ง การแจกกล้วยมีนัยยะสอดคล้องกับเหตุการณ์ทางการเมือง กรณีที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เคยพูดเปรียบเปรยว่า ตัวเองเป็นคนเลี้ยงลิง ที่ต้องคอยให้อาหาร หรือ กล้วยกับพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ร่วมรัฐบาลตลอด
สำหรับการวิ่ง แบ่งเป็นชุดแรก ปล่อยตัวเวลา 07.00น. เป็นกลุ่มนักวิ่งที่ลงทะเบียนเสียเงิน 600บาท แข่งขันแบบงานวิ่งทั่วไป ซึ่งฝ่ายชาย 3 คนแรกและ ฝ่ายหญิง 3 คนแรกที่เข้าเส้นชัยก่อน ผู้จัดงาน ทำถ้วยลุงโฮ มอบให้เป็นของที่ระลึกด้วย
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย และการดูแลความเรียบร้อยตลอดงาน มีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ตำรวจจากสน.บางซื่อ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ รวม 300 นายการดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่