เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค และผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ พร้อมด้วย นายแดเนียล เคอร์เทส ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวการรับผู้ป่วยชาวจีน ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากเมืองอู่ฮั่น เข้ารักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร
นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ที่ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิได้มีการตรวจพบหญิงชาวจีน อายุ 61 ปี เข้ามายังประเทศไทย แต่มีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส มีภาวะโรคปอดอักเสบ หายใจเร็วเล็กน้อย และมีโรคประจำตัวอยู่เดิมคือความดันสูง จึงได้รับตัวเข้ามารักษาที่สถาบันบำราศฯ ขณะนี้อาการดีขึ้น ไม่มีไข้ ไม่มีอาการโรคทางเดินหายใจแล้ว อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ 2-3 วัน ก่อนและจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่วนผู้ใกล้ชิดที่ร่วมเดินทางมากับเที่ยวบินเดียวกันจำนวน 16 คนตรวจสอบแล้วไม่พบมีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด ส่วนการคัดกรองของไทยตั้งแต่วันที่ 3-12 มกราคม ใน 4 สนามบินหลักที่มีสายการบินบินตรงจากเมืองอู่ฮั่น มีการคัดกรองไป 58 เที่ยวบิน ผู้โดยสาร 9,122 ราย พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 12 รายส่วนใหญ่ตรวจยืนยันพบเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่ มีเพียงรายนี้เท่านั้นที่ยืนยันติดเชื้อตัวเดียวกันที่เมืองอู่ฮั่น และนับเป็นผู้ป่วยรายแรกที่พบนอกประเทศจีน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับข้อมูลเบื้องต้นจากประเทศจีนพบว่ามีผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทั้งสิ้น 59 รายเสียชีวิต 1 ราย ทุกรายมีประวัติสัมผัสกับตลาดค้าสัตว์และอาหารทะเลแหล่งใหญ่ในเมืองอู่ฮั่น แต่ไม่มีรายงานการติดต่อจากคนสู่คน อย่างไรก็ตาม ตนได้รายงานสถานการณ์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว และมีข้อสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินมาตรการในการควบคุมรักษาโรคอย่างเต็มที่ และต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริง รวดเร็วกับคน เพื่อให้พี่น้องคนไทย และคนที่อยู่ภายในประเทศไทยปลอดภัย ซึ่งตนก็ขอให้ความมั่นใจว่าระบบการตรวจสอบ คัดกรองและการรักษาของไทยมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลโรคอันตรายได้ ขอพี่น้องอย่าได้กังวล
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การตรวจพบผู้ป่วยรายแรก สะท้อนว่าระบบคัดกรองโรคของประเทศไทยไว้ใจได้ และขณะนี้กระทรวงได้ยกระดับการเฝ้าระวังโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นระดับ 3 โดยเตรียมความพร้อมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ห้องแยกโรคความดันเป็นลบ และห้องแลป ไว้รองรับตลอด 24 ชั่วโมง และมอบกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ประสานรพ.เอกชน ให้ร่วมกันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในการตรวจเชื้อผู้ป่วยชาวจีนรายนี้ใช้ห้องแลป 2 แห่ง คือ ของกรมวิทย์ และของศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เทียบรหัสพันธุ์กรรมของแลปทั้ง 2 แห่ง และเทียบรหัสพันธุกรรมเชื้อโรคจากประเทศจีนแล้วพบว่าตรงกัน จึงยืนยันว่าผู้ป่วยหญิงชาวจีนรายนี้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขอยืนยันว่าวันนี้เราสามารถตรวจวิเคราะห์โรคได้ภายใน 24 ชั่วโมง และกำลังจะพัฒนาให้ตรวจสอบได้ในศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ
ด้าน รศ.นพ.ทวี กล่าวว่าความรุนแรงของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ ที่มนุษย์ไม่เคยเจอ ร่างกายยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรค อย่างไรก็ตามเนื่องจากเพิ่งพบรายงานเพียงเดือนเดียว เบื้องต้นจึงอ้างอิงข้อมูลความรุนแรงจากโรคติดเชื้อไวรัสตัวอื่นๆ เช่น ซาร์ส และเมอร์สโคโรนาไวรัส ซึ่งมักจะทำให้มีอาการรุนในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เป็นต้น ทั้งนี้ เชื้อดังกล่าวเป็นเชื้อที่พบในค้างคาว ที่มีความใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสก่อโรคซาร์ส และเมอร์ส ทั้งนี้ ในวันที่ 17 ม.ค. นี้จะมีการซักซ้อมแนวทางการควบคุม และรักษาโรคของทีมแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้วย
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้เดิมมีโรคประจำตัว เป็นความดันสูง ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว แต่ที่ยังไม่อนุญาตให้ออกจากห้องแยกโรคเนื่องจากยังตรวจพบสารพันธุกรรมของโรคนี้ในเสมหะ ซึ่งเรายังไม่ทราบว่าจะแพร่เชื้อได้หรือไม่ ประกอบกับตอนนี้ประเทศไทยได้ยกระดับการควบคุมป้องกันโรคเป็นระดับ 3 แล้ว จึงต้องให้มั่นใจก่อนจึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ สำหรับเกณฑ์การรับตัวผู้ที่มีความเสี่ยงไว้ดูแลในห้องแยกโรคนั้นจะต้องมี 3 ข้อคือ มีไข้สูง มีอาการโรคทางเดินหายใจ และมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน
จีน พบผู้เสียชีวิตรายแรก จากปอดอักเสบปริศนา
ขณะที่ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องจากใกล้เทศกาลตรุษจีนแล้วซึ่งจะมีชาวจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น มีเที่ยวบินเพิ่มมาที่สนามบินอู่ตะเพา กับสนามบินกระบี่เพิ่มเติม ดังนั้นจะต้องมีการเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญ รองรับเทศกาลนี้ด้วย นอกจากนี้เรายังได้ประสาน และจัดทำคำแนะนำไปยังโรงแรม กรุ๊ปทัวร์ชาวจีนเพื่อช่วยกันเฝ้าระวังโรคด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางการจีนรายงานว่าผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสอาหารทะเลสดที่ตลาด แต่เชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่พบในค้างคาว ดังนั้นมีการรายงานความสัมพันธ์ของเชื้อตัวนี้เพิ่มเติมหรือไม่ นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ยังตอบไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดภายนอกประเทศ และทางการจีนยังไม่ได้รายงานเรื่องนี้ จริงๆ เรื่องข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ และสิ่งที่เรายังไม่รู้เลยก็คือรายละเอียด ประวัติของผู้ป่วย 59 ราย ที่เมืองอู่ฮั่นนั้น แต่คิดว่าทางการจีนคงทยอยรายงานข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งเป็นไปตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ