พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือหาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2563 เกิดความล่าช่าง โดยยืนยันว่าได้หารือข้อกฎหมายกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ครั้งนี้ก็ต้องดูว่าปัญหาเกิดที่ไหน จะแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะรัฐบาลที่จะต้องติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่น่าจะถามก็คือรัฐบาลจะอก้ไขปัญหานี้อย่างไร ก็ต้องไปคุยกับกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ว่าจะทำอย่างไร เพราะตอนนี้มีการยื่นให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ก็ต้องหารือว่าจะแก้ไขในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไร
สำหรับงบประมาณในส่วนาของบุคลาการ ไม่มีปัญหา จะมีก็เฉพาะงบประมาณที่เป็นงบฯลงทุนกว่าหลายแสนล้านบาท ที่หากนำมาใช้ไม่ได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ก็จะต้องหามาตรการอื่นมาเสริม เพราะถ้าไม่มีเงินลงไปก็จะเดือดร้อนกันทั้งหมด ยืนยันว่ารัฐบาลเคารพในกติกา และกฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมด ก็อย่ากให้ทุกฝ่ายช่วยกันติดตามเรื่องนี้ต่อไป
เมื่อถามว่างบประมาณฯ จะล่าช้ามากน้อยแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งปกติก็ใช้เวลานานพอสมควร และหากงบประมาณล่าช้าไปถึง 3 เดือน จะเร่งรัดใช้จ่ายงบประมาณทันหรือไม่ ในเวลาที่เหลืออยู่
ส่วนมาตรการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ลงทุน พล.อ.ประยุทธ์ มองว่า ยังไม่สมควรนำมาใช้ ในเวลานี้ ซึ่งก็ต้องให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณไปทำแผน ว่าจะทำอย่างไรหากเกิดความล่าช้า จะใช้จ่ายงบประมาณที่เบิกใช้ไปพลางก่อน ที่เหลืออยู่อย่างไร ยอมรับว่าเป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจที่่เป็นอยู่ขณะนี้
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งที่เป็นปัญหาส่วนตัวของสมาชิก พรรคประชาธิิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ไม่รู้ ส่วนการที่คนในรัฐบาลมาฟ้องร้องขุดคุยกันเอง จะกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ ให้ไปถามคนที่ร้องเอง ไม่ต้องมาถาม เพราะว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตามการเสียบบัตรแทนกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ถ้ารู้ว่าผิดกติกาของสภาผู้แทนราษฎร