WorldBank2026 WorldBank2026

เจ้าของเตรียมเปลี่ยนหลังคาบ้านหนีปัญหาฝูง"ค้างคาว"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีที่ชาวบ้านใน จ.ชลบุรี โพสต์เฟซบุ๊กต้องอาศัยอยู่ในบ้านร่วมชายคาเดียวกับค้างคาวจำนวนมากเป็นเวลา 3 ปี โดยพยายามไล่ทุกวิถีทาง ค้างคาวก็ยังไม่ไป ไหน ล่าสุดเทศบาลเข้าไปแนะนำวิธีแก้ไขแล้ว คือขั้นตอนแรกต้องรื้อหลังคาเดิมและเปลี่ยนเปนแบบโปร่งแสง โดยสืบประวัติบ้านพบถูกทิ้งร้างมานานค้างคาวจึงเข้ามาอยู่

บ้านหลังนี้อยู่ ใน ต.บ้านโขด อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยความเดือดร้อนของเจ้าของบ้านคือมีค้างคาวจำนวนมากมาอาศัยอยู่ใต้หลังคา ซึ่งวันนี้ที่ทีมข่าวพีพีทีวีเข้าไปติดตามจากการโพสต์เฟซบุ๊กของเจ้าของบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ ที่เห็นคือเหลือค้างคาวเกาะอยู่ไม่กี่ร้อยตัว  แต่เจ้าของบ้าน เล่าว่า เดิมที่ยังไม่มีใครเข้ามา พบมากกว่า 1 พันตัว และเชื่อว่าค้างคาวจะกลับมาอีก เพราะทุกครั้งที่พยายามไล่หลายวิธี ทั้งติดตาข่ายไว้รอบบ้าน ใช้ยากันยุงฉีดพ่น จุดควันไฟ และจุดประทัด ก็ไม่สำเร็จ ฝูงค้างคาวก็จะกลับมาใหม่

นางจันทร์นวล เหมหัตถพร เจ้าของบ้านหลังขวามือ เปิดเผยว่า ฝูงค้างคาวเริ่มเข้ามาอยู่ได้ประมาณ 3 ปีแล้ว หลังเครือญาติที่เคยอยู่บ้านหลังนี้ย้ายออกไปทำงานที่ต่างจังหวัด แต่ละวันค้างคาวสร้างความเดือดร้อน เพราะมูลและฉี่ที่เลอะพื้นบ้านทุกวันบริเณที่มันอาศัย ต้องมาคอยทำความสะอาดตลอด

ด้าน น.ส.อริศรา ธนะวัฑฒโก เจ้าของบ้านหลังซ้ายมือ ระบุว่า ตอนที่ค้างคาวเริ่มเข้ามายังไม่ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้ใช้อยู่อาศัยอยู่แล้ว แต่เมื่อมีข่าวเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 แพร่ระบาด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่มาขับไล่ค้างคาวออกไป แต่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ให้เปลี่ยนหลังคาให้โปร่งแสงมากขึ้น และติดไฟส่องสว่างตลอดเวลา

นายฉัตรมงคล หอมเลิศนลิน ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองชลบุรี ระบุว่า ได้ประสานไปที่สำนักงานบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 แล้ว และนัดหมายเจ้าของบ้าน จะเข้าไปดำเนินการช่วยขับไล่ค้างคาวออกจากบ้านเรือนประชาชนในวันศุกร์นี้

สอดคล้องกับวิธีแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รองศาสตราจารย์ประทีป ด้วงแค อาจารย์ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า วิธีการไล่ค้างคาว แค่ทำจุดที่นอนของค้างคาวให้สว่างขึ้น คือเปลี่ยนหลังคา หรือฉีดน้ำรบกวนเวลานอนทุกครั้งที่พบ ค้างาคาวจะย้ายไปหาที่อยู่ใหม่เอง

ส่วนค้างคาวในบ้านหลังดังกล่าว รองศาตราจารย์ประทีป วิเคราะห์จากลักษณะร่างกายและแหล่งอาศัย คาดว่า เป็นค้างคาวปีกถุงเคราดำ โดยสังเกตเห็นหางโผล่ออกมาประมาณ 3-4 เซนติเมตร และมีขนสีดำใต้คางลักษณะเคราเป็นเอกลักษณ์ระบุชนิดค้างคาว

ค้างคาวชนิดนี้ มีแหล่งอาศัยในชุมชนหมู่บ้าน มักอาศัยอยู่ตามชายคา จั่วใต้หลังคาที่มืดตามแหล่งชุมชน ซึ่ง อ.ประทีป เปิดเผยว่า ยังไม่พบรายงานพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และไม่พบรายงานว่าค้างคาวปีกถุงเคราดำมีเชื้อโรคที่ทำให้คนตาย

ส่วนเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่แพทย์ตรวจพบว่าเป็นเชื้อไวรัส ในค้างคาวมงกุฎเทาแดง แหล่งอาศัยในมณฑลยูนนาน อาจารย์ประทีป ระบุว่า ค้างคาวชนิดมงกุฎเทาแดง ในประเทศไทยก็มีและอาศัยกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย แต่แหล่งอาศัยของมันจะอยู่ในถ้ำ ไม่ใช่แหล่งชุมชน และยังไม่มีรายงานว่าค้างคาวมงกุฎเทาแดงในไทย มีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ส่วนเชื้อโรคในตัวค้างคาว รองศาสตราจารย์ประทีป บอกว่า ยังไม่พบรายงานการติดเชื้อไวรัสจากค้างคาวสู่คนโดยตรงเช่นกัน ที่ผ่านมามีรายงานทางวิทยาศาสตร์การติดเชื้อไวรัสจากค้างคาว โดยการบริโภคสัตว์ชนิดอื่นที่รับเชื้อจากค้างคาวมาก่อนหน้า แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการกลายพันธุ์ของไวรัสที่สามารถแพร่เชื้อได้ระหว่างคนสู่คน

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ