การเบิกจ่ายอาวุธของตำรวจหรือทหาร วันนี้มีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ โดย พ.ต.ท.ศรายุทธ อรุณฉาย รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับกาอารักขาและควบคุมฝูงชน 1 ระบุว่าการเบิกอาวุธออกจากห้องเก็บอาวุธและเครื่องกระสุนไม่ว่ากรณีใดจะมีความเข้มงวดสูงมาก จะมีผู้คุมห้องเก็บอาวุธถือกุญแจอยู่นายเดียว แม้แต่ผู้บังคับบัญชาก็ต้องเบิกลงชื่อกับผู้คุมห้อง เบิกกระสุนกี่นัดและเหลือกลับมาคืนกี่นัดต้องระบุในเอกสารทั้งหมด
กระบอกนี้คือเอชเค 33 หรือ ปลย.11 ที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธหลักในการก่อเหตุ ปืนชนิดนี้ผลิตจากเยอรมนี ไทยสั่งซื้อเข้ามาประจำการเมื่อปี 2511 ต่อมากองทัพไทยซื้อสิทธิบัตรจนสามารถผลิตได้เอง เพื่อประจำการอยู่ทุกหน่วยงานทหาร ตำรวจ กองกำลังอาสาสมัคร และฝ่ายปกครอง
สังเกตที่สัญลักษณ์กงจักรตรากองทัพบก ปั๊มอยู่เหนือช่องใส่แมกกาซีน และตัวอักษรไทยที่ปุ่มปรับโหมดการยิง ใช้กระสุนขนาด 5.56 มม.ระยะหวังผลไม่เกิน 400 เมตร แต่กระสุนเดินทางได้ไกลถึง 2-3 กิโลเมตร
พ.ต.ท.ศรายุทธ ระบุว่า คนร้าย มีทักษะการใช้อาวุธชนิดนี้สูงมาก จึงเกิดความเสียหายวงกว้าง และยังมีอาวุธอีกหลายชนิดติดตัวไปด้วย การระงับเหตุ เพื่อยับยั้งจ.ส.อ.คนนี้ ผู้ยับยั้งต้องมีความรู้แม้กระทั่งการได้ยินเสียงปืนแล้วแยกแยะออกได้ว่าคนร้ายใช้อาวุธประเภทใด เพื่อเลือกอาวุธที่จะใช้ในการระงับเหตุได้มีประสิทธิภาพ
กระทรวงดิจิทัลฯ ประสานเฟซบุ๊ก ปิดการใช้งานของทหารกราดยิงโคราช