เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เร่งสอบปากคำคู่กรณีทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งสอบพยานแวดล้อม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากฝ่ายชายยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืนฝ่ายหญิง แต่เป็นการสมยอมกัน
โดยตำรวจจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูล โดยเฉพาะพลเมืองดี 2 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์มาเห็นเหตุการณ์ ขณะที่รถเฉี่ยวชนกัน ซึ่งพลเมืองดีได้จอดรถลงมาจะช่วยเหลือ แต่คนขับรถกระบะอ้างว่าจะช่วยเหลือผู้เสียหายเอง พลเมืองดีจึงขี่รถออกไป
นอกจากนี้จะเรียกพยานแวดล้อมอื่น ๆ เช่น กลุ่มเพื่อนที่ฝ่ายหญิงไปนั่งกินอาหารและดื่มกัน รวมถึงพยานของทางฝ่ายชาย และที่สำคัญต้องรอผลตรวจร่างกายของฝ่ายหญิงเพื่อนำมาประกอบในสำนวนทางคดี คาดว่าจะรู้ผลภายในสัปดาห์หน้า เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลไม่เกิน 2 สัปดาห์
ล่าสุดตำรวจให้ข้อมูลทางโทรศัพท์กับทีมข่าวพีพีทีวีว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรากับฝ่ายชายแล้ว
สำหรับการดำเนินคดีตอนนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือคดีอุบัติเหตุ เมาแล้วขับ และข่มขืน ซึ่งในส่วนอุบัติเหตุนั้นทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้ แต่จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของทั้ง 2 ฝ่าย พบว่าฝ่ายหญิงมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับ ซึ่งต้องไปเสียค่าปรับที่ศาลจังหวัดชุมแพ ส่วนฝ่ายชายไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด โดยในสองส่วนนี้ ทางคดีถือว่าดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
ด้านพี่สาวของหญิงผู้เสียหาย กล่าวว่า ตอนนี้สภาพจิตใจน้องสาวดีขึ้น อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะน้องสาวถูกทำร้ายจิตใจอย่างมาก ทั้งที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุแล้วยังมาถูกข่มขืนซ้ำอีก ขณะเดียวกันก็ได้พาน้องสาวไปตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้ง ซึ่งแพทย์ก็ยังยืนยันว่า พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และครอบครัวก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า อยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับชายดังกล่าวให้ถึงที่สุด