ในทุก ๆ เช้าก่อนเข้าเรียนคาบแรก เด็กนักเรียนโตชั้น ป.5-ป.6 ของโรงเรียนบ้านบุ่งผลำ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ต้องสละแรงกาย ไปตักน้ำที่ขังอยู่ในบ่อเล็กหลังโรงเรียนมาใส่ห้องน้ำให้กับตัวเอง และเด็กเล็ก
แม่ครัวต้องปรุงอาหารกลางวันอย่างประหยัดน้ำที่สุด เพราะต้องอาศัยน้ำจากขวดพลาสติก ที่ได้มาจากการรับบริจาค นับตั้งแต่น้ำประปาภูเขาแห่งเดียวของหมู่บ้านแห้งขอดลงเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ชาวบ้านได้พาทีมข่าวพีพีทีวีเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อดูลำห้วยซำทอง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำแห่งเดียวของหมู่บ้าน ปรากฏว่าขณะนี้ลำห้วยแห้งขอด เหลือเพียงน้ำที่ขังตามแอ่งหน้าฝาย จนไม่ไหลลงไปที่หมู่บ้านแล้ว
ทั้งนี้ปกติหมู่บ้านบุ่งผลำจะใช้น้ำจากห้วยซำทองบนเขาแห่งนี้ โดยทำฝายทดน้ำไว้ และใช้หลักการแรงโน้มถ่วง ให้น้ำไหลเข้าท่อและกระจายไปตามบ้านเรือนในหมู่บ้าน รวมถึงเครื่องกรองน้ำในโรงเรียนบ้านบุ่งผลำ ซึ่งใช้สำหรับดื่มกิน ดังนั้นเมื่อฝายแห้งขอดลง ทั้งหมู่บ้านจึงกระทบทั้งน้ำกินน้ำใช้ จนต้องขอรับบริจาคน้ำจากด้านนอก
ซึ่งการรับความช่วยเหลือจากภายนอกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจากหมู่บ้านนี้ ไปยัง อบต.น้ำกุ่มผู้รับผิดชอบ อยู่ห่างไกลกันถึง 160 กว่ากิโลเมตร ขณะที่ภาคส่วนเอกชนที่พยายามเข้ามาช่วยเหลือก็ต้องเจออุปสรรคสำคัญคือเส้นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยวและลาดชัน เป็นอันตรายต่อรถหนักที่จะบรรทุกน้ำขึ้นมาให้
นอกจากนี้เส้นทางขึ้นเขาที่คดโค้งและลาดชัน ทำให้ก่อนหน้านี้รถของอาสาสมัครกู้ภัยที่บรรทุกน้ำมาช่วยประสบอุบัติเหตุเกือบตกเขา ผู้ชุมชนจึงจำเป็นต้องหยุดขอรับบริจากน้ำไปก่อนเพื่อความปลอดภัย ทำให้ขณะนี้ชาวบ้านกว่า 700 คน มีน้ำขวดเหลืออยู่เพียงพอสำหรับดื่มได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ชาวบ้านจึงต้องหาวิธีอื่น เพื่อช่วยตัวเองให้รอดจากฤดูแล้งรอบนี้
ขณะที่ชาวบ้าน มองว่า หากรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐอาจใช้เวลานานจะไม่ทันการณ์ จึงรวบรวมเงินกันเพื่อสร้างถังเก็บน้ำที่จะสูบขึ้นบ่อบาดาล มากรองเป็นน้ำกินแก้ปัญหาไปพลาง ๆ แต่ปัญหาขณะนี้คือต้นทุนค่าอุปกรณ์ก่อสร้างแพงขึ้นถึง 3 เท่าตัวจากการขนส่งที่ยากลำบาก ทำให้ชาวบ้านยังขาดเงินทุนก่อสร้างอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหากใครมีจิตศรัทธาต้องการช่วยเหลือสามารถบริจาคเงินได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ชื่อบัญชี กลุ่ม อสม.หมู่ที่ 7 บ้านบุ่งผลำ เลขที่ 0201-5826-5478
ภูมิภาค แพรม้วน ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน