"บิ๊กแดง" ลุยปฏิรูปกองทัพ คืนที่ดิน 1ล้านไร่ ให้ก.คลัง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก” กับกรมธนารักษ์ โดยจะจัดระเบียบที่ดินของกองทัพ 1 ล้านไร่ทั่วประเทศให้กรมธนารักษ์ดูแล และนำรายได้บางส่วนเข้าคลัง

วันนี้ 17 ก.พ. 2563 พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก”  ร่วมกับนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ โดยมีนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นสักขีพยาน ก่อนร่วมแถลงข่าว โดยผู้บัญชาการทหารบก ไม่ได้ออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบกแถลงข่าวแทน

พล.อ.ธีรวัฒน์ แถลงย้ำว่า ที่ผ่านมากองทัพบกดูแลสวัสดิการภายในหน่วย เพื่อช่วยเหลือกำลังพลและครอบครัว แต่เนื่องจากมีประชาชนมาใช้บริการด้วย จึงต้องการทำให้เป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจที่ถูกต้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของราชการ ซึ่งการลงนามร่วมกับกรมธนารักษ์ในครั้งนี้มีประมาณ 40 โครงการ เช่น สนามม้ากองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา อาคารบ้านพักรับรองสวนสนประดิพัทธ์ประจวบคีรีขันธ์ และสนามกอล์ฟกองทัพบกรามอินทรา กทม.โดยจะให้เอกชนที่เป็นมืออาชีพเข้ามาร่วมดำเนินการ เพื่อให้การบริการในราคามีความเหมาะสม แต่กำลังพลและครอบครัวยังคงใช้บริการในราคาสวัสดิการของกองทัพเหมือนเดิม

ทบ.คืนที่ 1 ล้านไร่ให้ ก.คลัง-จัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ

พล.อ.ธีรวัฒน์ ย้ำว่า เพื่อให้การจัดสวัสดิการภายในกองทัพบกเป็นไปตามระเบียบ การดำเนินการในรูปแบบการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ จึงต้องขออนุญาตเช่าที่ราชพัสดุ จากกรมธนารักษ์ แต่รายได้ที่เกิดขึ้นจากการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ จะถูกนำส่งเป็นค่าเช่าและค่าธรรมเนียมให้กรมธนารักษ์ส่วนหนึ่ง ตามบันทึกข้อตกลง ส่วนที่เหลือจะนำส่งเข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก เพื่อนำมาจัดสวัสดิการให้แก่กำลังพลกองทัพบกและครอบครัว

ด้าน นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ชื่นชมกองทัพบกที่มีแนวคิดปรับปรุงสวัสดิการเชิงธุรกิจ โดยได้ติดต่อประสานงานร่วมกันมากว่า 1 ปี จนสามารถลงนามข้อตกลงร่วมกันได้ในวันนี้ จากการสำรวจมีที่ราชพัสดุในการดูแลของกองทัพบกกว่า 1 ล้านไร่ที่กรมธนารักษ์เข้าการตรวจสอบ และเบื้องต้นพบว่าถูกราษฎรบุกรุกราว 700,000 ไร่

ส่วนการการแบ่งสัดส่วนรายได้ระหว่างกรมธนารักษ์กับกองทัพบก นายประสงค์ เปิดเผยว่า จะพิจารณาและประเมินตามรายได้ของสวัสดิการเชิงธุรกิจแต่ละแห่ง เช่น สนามม้า สถานพักฟื้นพักผ่อน และสนามกอล์ฟ โดยกรมธนารักษ์จะได้ส่วนแบ่งเก็บค่าเช่าที่ดินจากผู้ประกอบการและกองทัพบกก็จะได้สัดส่วนเปอร์เซ็นต์จากผลประกอบการ โดยขณะนี้มีเหล่าทัพอื่นๆ ประสานให้กรมธนารักษ์เข้าไปตรวจสอบเพื่อปรับปรุงสวัสดิการเช่นเดียวกัน

เปิดเครือข่ายธุรกิจขุมทรัพย์กองทัพบกมูลค่ามหาศาล

การลง MOU ระหว่างกองทัพบกกับกรมธนารักษ์วันนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของการจัดการประโยชน์บนที่ดินของกองทัพเท่านั้น แต่เรื่องนี้มีความคิดเห็นจากนักวิชาการว่า กองทัพบกยังมีธุรกิจที่เป็นเงินที่เป็นเงินนอกคลัง และเป็นรายได้จากธุรกิจของกองทัพบกอีกกว่าสิบอย่าง

โดยบทความของศาสตราจารย์สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า การแสวงหาประโยชน์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นภายในองค์กรกองทัพ ซึ่งหากสำรวจแล้ว จะพบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจในกองทัพบก 14 เรื่องหลัก ได้แก่

1.กองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก  

2. สถานีโทรทัศน์ของกองทัพบก ซึ่งกองทัพบกมีโทรทัศน์ที่อยู่ในความดูแล 2 ช่อง คือ สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 7 ซึ่งสำหรับช่อง 5 นั้น กองทัพบกได้ดำเนินการเอง

3. ช่อง 7 ให้สัมปทานเอกชน และยังรวมถึงสถานีวิทยุของกองทัพบก ที่มีรายได้มหาศาลจากการประมูลคลื่น และการขายโฆษณา

4. สนามม้าของกองทัพบก คือ สนามม้าโคราช (กองทัพภาคที่ 2) และสนามม้าเชียงใหม่ (กองทัพภาคที่ 3)

5. สนามกอล์ฟของกองทัพบก 

6. สนามมวยของกองทัพบก 2 แห่งคือ สนามมวยลุมพินีที่กรุงเทพ (ปัจจุบันย้ายจากย่านสวนลุมพินี ติดกับโรงเรียนเตรียมทหารเดิม ไปอยู่ที่ถนนรามอินทรา ใกล้กับสนามกอล์ฟ ทบ. และอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสวัสดิการทหารบก) และสนามมวยเชียงใหม่ (อยู่ในค่ายกาวิละ อยู่ในความรับผิดชอบของ มทบ. 33)

7. ที่ราชพัสดุในความดูแลของกองทัพบก   

8.สวัสดิการจัดหาอาวุธปืนของกองทัพบก

 9.สโมสรฟุตบอลของกองทัพบก

10. ธุรกิจอาหารในค่ายทหาร

 11. กองการฌาปนกิจ กรมสวัสดิการ ทหารบก

 12. สโมสรกองทัพบก 

13. การดำเนินการสร้างถนนของทหาร 

 14. ประเด็นอื่นๆ

ผบ.ทบ. สั่ง กรมสวัสดิการทหารบก ตรวจสอบบ้านพักหลวง

"อัจฉริยะ" แฉ ทหารชั้นผู้น้อย ถูกโกงอีกกว่า1,000 นาย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ