เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2563 เพจเฟซบุ๊ก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเมื่อเช้าวันนี้ ระบุว่า โรคโควิด 19 อัตราการเพิ่มขึ้นของโรคนอกประเทศจีน มีจำนวนใกล้เคียงกัน กับที่เกิดขึ้นในประเทศจีน การระบาดของโรคนี้เป็นเวลา 2 เดือนกว่า มีจำนวนผู้ป่วยอย่างเป็นทางการ มากกว่าการระบาดของโรคซาร์ส (SARS) 10 เท่า ทั้งที่ ซาร์ส ใช้เวลาในการระบาดถึง 9 เดือน จึงจะควบคุมได้
โดยการเฝ้าระวัง และปฏิบัติตัวในรายที่สงสัย โรคโควิด 19 เราไม่สามารถใช้แหล่งที่มาจากที่ใดได้แล้ว จะถามว่ามาจากประเทศจีน เกาหลี ต่อไปก็เป็นการยาก พบกระจายไปมากกว่า 30 ประเทศ มากบ้างน้อยบ้าง รวมทั้งในประเทศไทยเองก็มีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปต่างประเทศ
สำหรับการเฝ้าระวัง จะต้องเพิ่มขอบเขตมากขึ้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจ ต่อไปจะแยกลำบากว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ ผู้ป่วยทุกคนจะต้องใส่หน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคทางเดินหายใจ และ โรคโควิด 19 ไปด้วยกันเลย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ จะต้องทำมากขึ้น เพื่อค้นหาโรค เพื่อควบคุมการระบาด ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจ ควรหยุดอยู่บ้าน อยู่ในที่โล่งอากาศถ่ายเทดี ใส่หน้ากากอนามัย ดูแลเรื่องสุขอนามัย ล้างมือ หลีกเลี่ยงการไปสัมผัสคนหมู่มาก และควรพบแพทย์ ทุกคนจะต้องดูแลสุขอนามัย ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รวมทั้งวิธีป้องกันตัวเอง ให้มากที่สุด
15 ชาติยกระดับคุมเข้มนักเดินทางจากเกาหลีใต้ สกัดโควิด-19
สธ.เตรียม 4 รพ.รองรับ หากไทย “โควิด-19” เข้าระยะ 3
ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก แนะนำผู้กลับจากประเทศที่มีการระบาดว่าจะต้องทำอย่างไร ว่า ไม่ให้ไปทำงาน ให้อยู่บ้าน และการอยู่บ้านก็ต้องแยกอยู่คนเดียว ใส่หน้ากากอนามัย และห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 2 เมตร เสื้อผ้าต้องแยกซัก โดยตามมาตรฐานต้องแยกตัว 14 วัน
นอกจากนี้ นายแพทย์ธีระวัฒน์ ยังโพสต์ย้ำเรื่องการใส่หน้ากากปิดปากปิดจมูกเมื่อเข้าไปในที่คนหนาแน่น และล้างมือบ่อย ๆ รวมทั้งให้ระวังสถานที่อย่างห้องน้ำ อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ หรือล้างมือเสร็จ มีผ้าเช็ดมือรวมก็เสร็จอีก เวลาออกจากห้องน้ำเอามือจับลูกบิด ชักโครกดูดครั้งเดียวหายวับในพริบตาอาจเกิดละอองฝอยขนาดจิ๋วที่เข้าทางการหายใจได้