วานนี้ (27 ก.พ.) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ดาวน์โจนส์ของสหรัฐฯ ปิดที่ระดับ 25,766.64 จุด ลดลง 1,190.95 จุด ลดลง 4.4 % ถือเป็นการปรับตัวลดลงในวันเดียวมากที่สุดเป็นสถิติของตลาดหุ้นดังกล่าว เนื่องจากแรงเทขายของนักลงทุน ที่กังวลเกี่ยวกับแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
เช่นเดียวกับตลาดหุ้น S&P 500 ซึ่งปิดที่ระดับ 2,978.76 ลดลง137.63 หรือ 4.42% นับเป็นการติดลบมากที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี นับตั้งแต่เดือน ส.ค ปี 2011
ส่วน ตลาดแนสแด็กปิดที่ 8,566.48 ลดลง 414.29 หรือ 4.61% ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯทั้ง 3 แห่งมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับสัปดาห์อันเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2008 ที่เกิดวิกฤตการเงินในประเทศ
เช่นดียวกับตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียแปซิฟิก ทั้ง ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ที่เปิดตลาดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ขณะที่ แบงค์ ออฟ อเมริกา ระบุว่า ปีนนี้อาจจะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเศรษฐกิจโลกนับตั้งแต่วิกฤตเมื่อปี 2008 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19