กลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการรับมือแรงงานไทยที่ทำงานในประเทศเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย หรือที่เรียกกันคุ้นหู ว่า ผีน้อย จนเกิดข้อกังวลว่า หากทยอยกลับไทยจะมีมาตรการในการรับมือ คัดกรองอย่างไร เนื่องจากเกาหลีใต้ เป็นอีกประเทศที่ถือว่าเป็นพื้นที่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด -19
ล่าสุดวันนี้ (4 มี.ค.) รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าว ในตอน “ รับมือผีน้อยแห่กลับไทย” คุณเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายเจ้าของเพจ “ทนายคลายทุกข์” รวมทั้งผู้แทนแรงงานไทยในเกาหลีใต้ได้โฟนอินจากเกาหลีใต้เข้ามาในรายการด้วย
คุณเอ (นามสมมติ) แรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ โฟนอินเข้ารายการ ว่า ตนเป็นแรงงานอยู่ในคยองซู ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ จริงๆ ก็อยากบอกว่า การที่เราจะกลับนั้น ในเกาหลีใต้จะมีกระบวนการตรวจคัดกรองอยู่ หากตรวจเจอก็จะไม่ปล่อยเราออกไป แต่หากไม่เจอก็จะปล่อย และเมื่อไปถึงไทยก็ต้องถูกตรวจอีกเช่นกัน จะมีหลายขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังไม่ได้อยากกลับ เพราะเป็นห่วงการทำงานเจ้าหน้าที่ และขณะนี้ก็มีคนอยากกลับเยอะ คงต้องรอคิวอีก และส่วนตัวก็ยังไม่พร้อมกลับไปทำงานที่ไทย เนื่องจากเศรษฐกิจที่ไทยก็ไม่ดี คงต้องรอดูสถานการณ์ก่อน
เมื่อถามว่าสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผีน้อย ตอนแรกไม่ยอมกลับ แต่ตอนนี้กลับจะอยากกลับ มองเราเป็นพาหะ ไม่ใช่แค่ภาระ คุณเอ กล่าวว่า จริงๆ ปัจจัยหลักไม่ใช่แค่เรื่องโรค แต่เพราะทางการเกาหลีใต้เปิดให้กลับโดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งก็มีทยอยกลับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 โดยทุกคนก็วางแผนว่าจะกลับเดือนนี้ คือ มีนาคมเป็นเดือนสุดท้าย แต่พอดีมีเรื่องไวรัสระบาดด้วย อย่างไรก็ตาม ตามข่าวยังไม่พบว่าคนไทยติดเชื้อ เพราะทางเกาหลีใต้จะแจ้งข่าวผ่านทางมือถือตลอด
เมื่อถามว่าหากป่วยจะดูแลแรงงานผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ คุณเอ กล่าวว่า ไม่เลือกปฏิบัติ เขาดูแลเคสนี้หมด
“จริงๆ อยากให้เปิดใจหน่อย เพราะหากพูดในมุมเป็น ผีน้อย ก็เหมือนเราเห็นแก่ตัว เพราะเราผิดกฎหมายเอง จะเรียกร้องอะไร แต่ก็อยากบอกว่า ต้องดูต้นเหตุก่อนว่า ขบวนการมาอย่างถูกกฎหมายก็ไม่ง่าย สอบไม่ติด สอบติดก็ไม่เรียก กว่าจะเรียกก็นาน คือ พูดไปก็เหมือนแก้ตัวอีก แต่ก็อยากให้เปิดใจเรื่องนี้” คุณเอ กล่าว
คุณเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายเจ้าของเพจ “ทนายคลายทุกข์” กล่าวว่า หากเขาอยากกลับมา เราจะไปห้ามเข้าประเทศไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิเขา นอกนั้นก็จะเป็นเรื่องมาตรการ เป็นเรื่องของรัฐในการรองรับ ขณะที่คนไทยก็อย่าไปว่าเขาเลย คนเราเกิดมาต้นทุนก็ไม่เท่ากัน แม้เขาทำผิดกฎหมายแต่เขาก็คนไทย ก็ต้องดูว่าทำกินที่ไทยได้หรือไม่ เพราะไม่ได้เขาถึงไป อย่างไรก็ตาม ตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดโรค รัฐสามารถแยกกัก เฝ้าระวังอาการตามกฎหมายม.34 พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ให้สามารถแยกกัก สังเกตอาการได้ 14 วันได้
คุณเดชา กล่าวถึงประเด็นว่า การแยกกักเฉพาะผีน้อย ถือว่าผิดหรือไม่ ว่า ขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะการบังคับทางกฎหมายต้องเสมอภาคกัน ประชาชนเหมือนกันหมด ดังนั้น หากจะแยกกักก็ต้องทุกคน หากเลือกปฏิบัติต้องโดนม.157 ซึ่งเรื่องนี้ทั้งนายกฯ ทั้งรมว.สาธารณสุข รู้เรื่องดี โดยการเลือกเฉพาะบางเมืองที่มีการระบาดรุนแรงได้ ขอย้ำว่า คนทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน โดยหากใช้ ม.34 ให้แยกกักได้ แต่ในกรณีที่บอกว่าให้ใส่กำไลอีเอ็ม เป็นเรื่องเกินไปหรือไม่ เพราะเขาไม่ใช่ทำผิดกฎหมายอะไรมา ดังนั้น การจะทำอะไรก็พอสมควร อย่าปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่เป็นธรรม
“จริงๆ การเรียกพวกเขาว่า ผี ก็ถือว่าเหยียด ซึ่งหากเขาพอใจก็ไม่เสียหาย แต่หากเขาไม่พอใจ ก็แจ้งความได้ ซึ่งก็มีคนติดต่อผมว่าจะดำเนินคดี กรณีถูกนำรูปไปเผยแพร่ด้วย” คุณเดชา กล่าว
กรณีฝ่ายค้านเสนอให้ออกพระราชกำหนดออกมาเพิ่มเพื่อควบคุมเรื่องนี้ คุณเดชา กล่าวว่า เห็นด้วยนะ เพราะเรื่องนี้ต้องรวดเร็ว ทำอะไรต้องเร็ว ซึ่งควรทำตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาทำด้วยซ้ำไป