จากกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มเกิดกระแสสังคมที่ตั้งคำถามถึงมาตรการดำเนินงานบางอย่างของรัฐบาลว่ามีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร นิวมีเดีย PPTVHD36 จึงพามาดูมาตรการรับมือของรัฐบาลในแต่ละสมัยยามเมื่อเผชิญกับภัยที่เรียกว่า “โรคระบาด”
2563 – ประยุทธ์ จันทร์โอชา – COVID-19
3 ม.ค. 63 ประเทศไทยเริ่มดำเนินการคัดกรองผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น
23 ม.ค. 63 กระทรวงสาธารณสุขไทยประกาศมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองและป้องกันควบคุมโรคจากไวรัสโคโรนา โดยเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น
27 ม.ค. 63 เจ้าหน้าที่ยกระดับมาตรการที่สนามบินในประเทศไทยเพิ่มเติม โดยจะเริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากจีนอีก 2 เมือง ได้แก่ กวางโจว และ ฉางชุน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มจำนวนบุคลากร 5,000 คน เพื่อหมุนเวียนปฏิบัติการสกัดไวรัสโคโรนา
4 ก.พ. 63 เที่ยวบินที่เดินทางไปรับกลุ่มคนไทยจากเมืองอู่ฮั่น เดินทางกลับถึงสนามบินอู่ตะเภา เจ้าหน้าที่นำตัวคนไทยทั้ง 138 คน ไปพักเฝ้าระวัง ที่บ้านพักรับรอง ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อป้องกันความเสี่ยง
26 ก.พ. 63 มีคำสั่งปิดโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง เป็นเวลา 14 วัน เพื่อทำความสะอาดและเฝ้าระวังนักเรียนที่คลุกคลีกับหนึ่งในผู้ติดเชื้อรายใหม่ในไทย ซึ่งเป็นเด็กชาย อายุ 8 ปี หลานของผู้ป่วยที่เพิ่งเดินทางกลับจากญี่ปุ่น และเป็นนักเรียนชั้น ป.3 ของโรงเรียนแห่งนี้
9 มี.ค. 63 ฐานทัพเรือสัตหีบได้รับตัวกลุ่มแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้เข้ากักตัวรวม 186 ราย ในจำนวนนี้มีผู้มีความเสี่ยงสูง 8 ราย และพบว่ามีผู้เสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับแรงงานกลุ่มนี้อีก 157 ราย
11 มี.ค. 63 รัฐบาลประกาศยกเลิกวีซ่า VOA สำหรับ 18 ประเทศ โดยผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องขอวีซ่าจากสถานทูตฯ และดำเนินการตามมาตรการคัดกรอง เพื่อลดโอกาสเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกจากนี้รัฐบาลยังมีมาตรการควบคุมราคาหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ต่าง ๆ ท่ามกลางกระแสการเปิดโปงการทุจริตเรื่องหน้ากากอนามัยจำนวนมากในช่วงหลัง ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่า ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้น ประชาชนจำนวนมากยังมองว่า อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ที่รัฐจัดหาให้นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ และยังมีการขายสินค้าเกินราคาอยู่
ล่าสุด รัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการคืนเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า-ตรึงค่าไฟฟ้า 3 เดือน-ยืดระยะเวลาชำระค่าไฟ เพื่อให้ประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19
2545-2546 – ทักษิณ ชินวัตร – SARS
ซาร์ส (SARS) หรือ กลุ่มอาการโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ SARS-CoV มีต้นตอมาจากพื้นที่ตอนใต้ของประเทศจีน ก่อนจะแพร่ระบาดใน 29 ประเทศทั่วโลก ช่วงปี 2545-2546 มีผู้ป่วย 8,098 คน และเสียชีวิต 774 คน ใน 17 ประเทศ (อัตราการเสียชีวิต 9.6%)
ผู้ป่วยรายแรกเกิดขึ้นที่ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2545 แล้วเสียชีวิตไม่นานหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ทางการของจีนนอกจากจะไม่ได้แจ้งข่าวนี้ให้แก่ผู้ใด ยังพยายามปิดข่าว จำกัดมิให้สื่อมวลชนเผยแพร่ข่าว กว่าจะได้รับการเปิดเผยก็ล่วงเข้าเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดมา
12 มีนาคม 2546 องค์การอนามัยโลกออกประกาศเตือนให้ทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายจากโรคซาร์ส โดยจะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเนื้อปวดตัว อาจมีอาการปวดท้อง ท้องเสียหลังจากมีอาการ 2-7 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไอแห้ง ๆ เจ็บหน้าอก หายใจตื้น หรือหายใจหอบ หายใจติดขัด บางส่วนลงเอยด้วยอาการปอดบวมแล้วเสียชีวิต การแพร่กระจายของโรค ส่วนใหญ่แพร่โดยการกระจายของน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วยเมื่อเวลาจามหรือไอ เชื้อนี้จะอยู่ในอากาศ รวมถึงในอุจจาระ อาจระบาดจากระบบท่อระบายในห้องน้ำ
11 มีนาคม 2546 ประเทศไทย ในสมัยอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร พบผู้ป่วยและเสียชีวิต 1 ราย คือ นพ.เออร์บานี คาร์โล (Dr.URBANI CARLO) ชาวอิตาลี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำองค์การอนามัยโลก ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากการสอบสวนโรคไวรัสซาร์ส ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม แล้วเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อรักษาตัวจากอาการติดเชื้อจากโรคดังกล่าวที่สถาบันบำราศนราดูร ก่อนที่จะเสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็ได้เริ่มมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มข้นทันที โดยออกประกาศ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับโรคและปฏิบัติเพื่อเป็นการป้องกันโรค ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่ของเขตระบาดโรคนี้ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และเวียดนาม จนกว่าสถานการณ์ของโรคนี้จะยุติลง
- กรณีที่จำเป็นจะต้องเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวขอให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการหวัด
- กรณีที่เดินทางกลับมาจากเขตแพร่ระบาดของโรค หากมีอาการเป็นไข้หวัดควรรีบไปตรวจรักษา ระหว่างนี้ไม่ควรคลุกคลีกับบุคคลภายในครอบครัว จนกว่าจะตรวจและไม่พบการติดเชื้อ
- หาก สธ.เห็นว่ามีผู้โดยสารเข้าประเทศรายใดรายหนึ่งรวมทั้งกลุ่มบุคคลที่เดินทางมาพร้อมกัน อาจจะมีอาการติดโรคดังกล่าว ก็จะกักตัวผู้ต้องสงสัยเหล่านั้นไว้เพื่อดูอาการ
- ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อเป็นการป้องกัน
มาตรการสำคัญของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร คือ การเตรียมความพร้อมในโรงพยาบาล การแยกผู้ป่วยที่สงสัย มีการตรวจสแกนทุกไฟลท์บินเข้า-ออกในประเทศ มีทีมแพทย์สัมภาษณ์ผู้เดินทางเข้าออกประเทศที่เคยเดินทางผ่านประเทศที่มีการระบาดของโรค พร้อมทั้งให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในการป้องกันตนเอง ตลอดจนการกักกันและแยกผู้ป่วยที่สงสัยทันทีที่เดินทางมาถึงประเทศไทย และถ้าใครมีอาการน่าสงสัย ก็เชิญไปตรวจในโรงพยาบาลทันที
ทำให้ไทยสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโรคซาร์สไม่ให้เกิดการระบาดในประเทศไทย รวมแล้วพบผู้ป่วยเพียง 9 ราย และเสียชีวิต 2 ราย
2547 – ทักษิณ ชินวัตร – ไข้หวัดนก H5N1
ไข้หวัดนก (Avian Influenza / Bird Flu) เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ชื่อ H5N1 ซึ่งพบได้ในสัตว์ปีก เคยเกิดขึ้นในอดีตตั้งแต่ช่วงปี 1900s เคยระบาดหนักทั่วโลก 3 ครั้ง
ครั้งที่ 1 "ไข้หวัดใหญ่สเปน" (Spanish Flu) ปี 2460-2461 (ค.ศ.1918-1920) มีการประมาณผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 50-100 ล้านคน
ครั้งที่ 2 "ไข้หวัดใหญ่เอเซีย" (Asian Flu) ปี 2500-2501 (ค.ศ.1957-1958) มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 1-4 ล้านคน
ครั้งที่ 3 "ไข้หวัดใหญ่ฮ่องกง" (Hong Kong Flu) ปี 2511 (ค.ศ.1968) มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 1-4 ล้านคน
สำหรับประเทศไทย พบการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก H5N1 ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2546 และมีการระบาดจนถึงปี 2549 รวมระยะเวลาราว 3 ปีของการแพร่ระบาดในไทย พบผู้ป่วย 25 ราย เสียชีวิต 17 ราย
ในระยะแรกของการแพร่ระบาดนั้น รัฐบาลขณะนั้นไม่ยอมรับว่า พบไข้หวัดนกในประเทศไทย ท้ายที่สุดรัฐบาลก็ออกมายอมรับว่าพบ “ไข้หวัดนก” ในไทย แต่ก็ถูกตำหนิจากประชาคมโลกอย่างหนักเรื่องความล่าช้าในการรับมือ
ในบทความเรื่อง "การเมืองของโรคไข้หวัดนกในไทย" (The Politics of Bird Flu in Thailand) เมื่อปี 2547 ระบุว่า รัฐบาลทักษิณปิดข่าวเรื่องการระบาดของไข้หวัดนกมานานถึง 2 เดือน และยอมรับเพราะยอมจำนนต่อหลักฐานที่เปิดโปงโดยองค์การเพื่อสังคมและวุฒิสมาชิกฝ่ายค้าน และหลังจากมีมีเด็กติดเชื้อ 2 คน แหล่งข่าวเผยว่า รัฐบาลและอุตสาหกรรมสัตว์ปีกรู้เรื่องการระบาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 แต่รัฐบาลเพิ่งจะเปิดเผยวันที่ 23 มกราคม 2547
ผลจากปกปิดข่าวทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกจนไม่กล้าบริโภคเนื้อไก่ จนเกิดเหตุการณ์ที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ประกาศว่า ถ้าใครกินไก่สุก ไข่สุกแล้วตาย จะจ่ายรายละ 3 ล้านบาท และจัดงาน "กินไก่กินไข่ ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์" พร้อมกันทั่วประเทศเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2547 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา
การแพร่ระบาดครั้งนั้น ทำให้มีการฆ่าไก่ตายเป็นจำนวนมาก เป็นไก่ไข่ราว 10 ล้านตัว ไก่เนื้อ 160-200 ล้านตัว และเกิดมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดต่าง ๆ ตามมา โดยรัฐบาลมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และศูนย์ปฏิบัติการในระดับประเทศ เพื่อควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนก
2552 – อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ – ไข้หวัดใหญ่ 2009 (H1N1)
การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นการระบาดทั่วโลกของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A H1N1 หรือโดยทั่วไปมักเรียกว่า "ไข้หวัดหมู" (Swine Flu) เริ่มพบการระบาดตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 เป็นต้นมา พบครั้งแรกในรัฐเบรากรุซ ประเทศเม็กซิโก
มาตรการสกัดโรคของไทยในช่วงเวลาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาตรการพยายามป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่เมืองไทย มีการสำรองยาไว้จำนวนมาก มีการตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ติดตั้งเครื่องตรวจอุณหภูมิร่างกายที่สนามบินและด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิของผู้เดินทางเข้าประเทศ
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขออกรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างหนักเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 และรณรงค์ให้ประชาชน “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไอเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งส่งผลให้เกิดการตื่นตัวและตระหนักของคนไทยอย่างมากที่จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมเมื่อมีอาการป่วยด้วยการใส่หน้ากากอนามัย
10 สิงหาคม 2553 องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สิ้นสุดลงแล้ว
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิด A (H1N1) พบจำนวนผู้ป่วยยืนยันโรคฯ เสียชีวิตสะสมนับตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 52-28 ส.ค. 53 มีจำนวน 254 ราย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 18,000 ราย
2555-2559 – ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร / ประยุทธ์ จันทร์โอชา – MERS-CoV
เมอร์ส (MERS) หรือ กลุ่มอาการโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ MERS-CoV มักเรียนว่า “ไข้หวัดอูฐ” (Camel Flu) มีการรายงานครั้งแรกเมื่อปี 2555 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ต่อมาเชื้อได้แพร่กระจายไปยังประเทศใกล้เคียง ได้แก่ การ์ตา จอร์แดน ฝรั่งเศส อิตาลี และ ตูนิเซีย ข้อมูลระหว่าง ก.ย. 2555 – 16 ก.พ. 2559 พบผู้ป่วยยืนยันรวมทั้งสิ้น 1,638 ราย เสียชีวิต 587 ราย จาก 26 ประเทศ (อัตราการตายมากกว่า 30%)
18 มิถุนายน 2558 กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ตรวจพบผู้ป่วยโรคเมอร์สรายแรกในประเทศไทย เป็นชายชาวโอมาน วัย 75 ปี ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยต่อมาผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติและได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศ ส่วนบุคคลที่เฝ้าระวังก็ไม่มีปัญหาการติดเชื้อเพิ่มเติม ต่อมาวันที่ 22 มกราคม 2559 ประเทศไทยได้พบผู้ป่วยโรคเมอร์สรายที่สอง เป็นชายชาวโอมานวัย 71 ปี จากการเฝ้าระวังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ส่วนผู้ป่วยก็หายเป็นปกติในเวลาต่อมา
ในการจัดการกับปัญหาการระบาดของโรคเมอร์ส กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการควบคุมการระบาดของโรค รวมทั้งเน้นการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลขนาดเล็ก เนื่องจากมีความสุ่มเสี่ยงกว่าโรงพยาบาล ในเบื้องต้นได้ดำเนินการ 6 ขั้นตอน คือ
- สอบสวนและติดตามผู้สัมผัสโรค
- รายงานสถานการณ์เกี่ยวกับโรคเมอร์สผ่านทางเว็บไซต์สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข
- จัดทีมติดตามเฝ้าระวังอาการผู้สัมผัส
- แจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หน้ากากป้องกันโรค เอกสารคำแนะนำและเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ให้กับประชาชน พร้อมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา
- หากผู้สัมผัสมีอาการป่วยเข้าข่ายโรคเมอร์สสามารถ โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1422 ได้ทันที กระทรวงสาธารณสุขจะจัดส่งรถไปรับผู้ป่วยที่มีอาการถึงที่บ้าน เพื่อจะได้ดำเนินการตรวจวินิจฉัยต่อไป
- จัดทำข่าวสารประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ มีความรู้เกี่ยวกับโรคและวิธีการแพร่ระบาดของโรคเมอร์ส
2557 – ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – Ebola
พบเชื้อไวรัสอีโบลาระบาดในประเทศสาธารณรัฐกินี แพร่ระบาดได้จากการสัมผัสเลือด อุจจาระ หรือเหงื่อของผู้ป่วยโดยตรง หรือมีเพศสัมพันธ์ หรือสัมผัสศพผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ โดยไม่มีการป้องกัน
ในส่วนของประเทศไทย ไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสอีโบล่า (Ebola) แต่ช่วงเวลาดังกล่าวไทยก็ไม่ได้ประมาท มีระบบการเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการแพร่กระจาย โดยใช้ 4 มาตรการ คือ
- ออกคำเตือนผู้ที่จะเดินทางไป และทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศให้คำแนะนำแก่ผู้เดินทางไปประเทศที่พบการระบาด
- มีระบบการตรวจคัดกรอง และให้ความรู้ประชาชนหลังเดินทางกลับจากพื้นที่ระบาด ภายใน 14 วัน หากมีอาการไข้ เลือดออกผิดปกติ หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางกลับจากต่างประเทศแก่แพทย์ด้วย
- การตรวจหาเชื้อ ทางห้องปฏิบัติการ โดยส่งเชื้อจากผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัย ตรวจยืนยันที่กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์
- การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล
ปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในไทยอยู่ที่ 70 ราย เสียชีวิต 1 ราย ต้องติดตามกันต่อไปว่า มาตรการจากรัฐบาลจะสามารถรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
ที่มาข้อมูล: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข