ภาพในไอจีรูปนี้ คือ ต้นตอที่ทำให้เข้าใจว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ไปกินข้าวที่ร้านชงเจริญ เนื่องจากมีการเช็คอินที่ร้านดังกล่าว แต่นาย ชนาสิน บำรุงชน กรรมการบริหารร้านชงเจริญ ยืนยันว่า ภาพในรูปนี้ไม่ใช่ร้านของเขา และ คนที่เป็นข่าวว่าติดเชื้อโควิด-19 ก็ไม่ใช่ลูกค้าที่ร้าน เนื่องจากทางร้านมีเบอร์ติดต่อลูกค้าเกือบทั้งหมด ทำให้จำลูกค้าของตัวเองได้
เบื้องต้นนายชนาสินคาดว่าอาจจะเป็นการเช็คอินผิดจุด เพราะในพื้นที่มีร้านอาหารอยู่หลายร้าน
สาเหตุที่มั่นใจเช่นนี้ นายชนาสิน ยืนยันว่า ร้านชงเจริญ ไม่ได้รับลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมานาน 1 เดือนแล้ว เพราะ ต้องการตัดปัญหาเรื่องความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 มีมาตรการตรวจวัดไข้ด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิให้กับทุกคนที่เข้าไปที่ร้าน และมีการบริการแอลกฮอล์ทำความสะอาดมากกว่า 10 จุด รวมถึงจะมีการฆ่าเชื้อด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
คำถามสำคัญ คือ เมื่อไม่ใช่ร้านชงเจริญ จะเป็นร้านใด ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า ห่างจากร้านชงเจริญ ไปไม่ถึง 50 เมตร มีร้านอาหารแบบเดียวกัน ที่มีลักษณะคล้ายกับภาพในรูปที่1ในผู้ติดเชื้อโควิด-19 โพสต์ไว้ จุดสังเกต คือ ต้นไม้ที่อยู่ด้านหลัง และ ผนังของร้าน เมื่อทีมข่าวเข้าไปสอบถาม พนักงานในร้านปฎิเสธให้ข้อมูลใดๆ
ขณะที่ความเห็นของประชาชนย่านปทุมวัน เมื่อทราบข่าวว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 เดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลด์ หลายคนยอมรับว่า กังวลมากขึ้น เพราะแม้ว่า จะพยายามป้องกันตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ทั้งการสวมหน้ากากอนามัยและใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ
ส่วนข้อมูลข่าวสารที่ถูกเผยแพร่ออกมาจากภาครัฐ หลายคน ระบุว่า มาตรการต่างๆเหมือนการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า รวมถึงข่าวจากแต่ละหน่วยงานก็มีความแตกต่างกัน ทำให้ไม่มั่นใจข่าวที่เปิดเผยออกมา โดยเฉพาะ เรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อ ซึ่งเชื่อว่า รัฐบาลน่าจะปกปิดตัวเลขที่แท้จริงไว้
นอกจากความกังวลเรื่องข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนแล้ว ประชาชนหลายคนยังระบุว่า ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนทำให้ความกังวลต่อสถานการณ์ไวรัสมีมากขึ้น เนื่องจากขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน และ ภาครัฐยังไม่มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ราชกิจจาฯ ประกาศให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน
ร้านหม่าล่า สั่งทำความสะอาดด่วน! หลัง“ผีน้อยกลับไทย”ดอดเข้าร้าน