ปัจจุบันอิตาลีเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุดรองจากจีน โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาอิตาลีประกาศว่า ในรอบ 24 ชั่วโมง จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 475 รายเป็น 2,978 คนเพิ่มขึ้น 19% เนื่องจากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 35,713 คน
และที่น่าตกใจคือ รายงานของ Gruppo Italiano per la Medicina Basata sulle Evidenze หรือ GIMBE กลุ่มการแพทย์ของประเทศอิตาลี ระบุว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์อิตาลีอย่างน้อย 2,629 คนติดเชื้อโควิด-19 นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 คิดเป็นมากกว่า 8% ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดในอิตาลี ข้อมูลดังกล่าวส่งคลื่นความตระหนกไปทั่วระบบการดูแลสุขภาพของประเทศ
เปิดสาเหตุ อิตาลี ป่วยโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นจนต้องปิดเมือง
นีโน คาร์ตาเบลล็อตตา (Nino Cartabellotta) ผู้อำนวยการ GIMBE และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข กล่าวกับสื่อต่างประเทศ Al Jazeera ว่า
“เราสกัดข้อมูลนี้จากข้อมูลของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ โดยตัวเลขเกี่ยวกับการแพร่เชื้อระหว่างแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทั่วไป เริ่มมีการเปิดเผยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา มีการบันทึกผู้ป่วยใหม่หลายร้อยรายทุกวันตั้งแต่นั้นมา ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ในแนวหน้าควรเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับการปกป้อง"
คาร์ตาเบลล็อตตากล่าวว่า จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อน่าจะสูงขึ้น เพราะพวกเขาไม่ได้รับการทดสอบเสมอไป และมาตรการป้องกันในโรงพยาบาลก็ไม่เพียงพอ หลายคนที่มีแนวโน้มจะติดเชื้อ ก็ยังคงใช้หน้ากากอนามัยที่ไม่มีฟิลเตอร์ป้องกันที่เหมาะสม โดยตัวเลขบุคลากรการแพทย์ที่ติดเชื้อในอิตาลี คิดเป็นเกือบ 2 เท่าของบุคลากรการแพทย์ในจีนที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียชีวิตจากโรคโคโรนาไวรัสในอิตาลี แต่จากข้อมูลของ Corriere della Sera สื่ออิตาลี มีการรายงานว่า มีบุคลากรการแพทย์จากจังหวัดโลดิรายหนึ่ง เสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
การขาดแคลนอุปกรณ์ ทรัพยากร และบุคลากร กำลังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบสาธารณสุขของอิตาลี เลวร้ายที่สุดคือ อิตาลีไม่มีการผลิตหน้ากาก และด้วยสภาวะการแพร่กระจายอย่างรุนแรงของโรคโควิด-19 ก็ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านลังเลที่จะส่งออกอุปกรณืเหล่านี้ที่พวกเขาเองก็อาจจำเป็นต้องใช้ในไม่ช้า
“ปัญหาในตอนนี้คือการจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน” คาร์ตาเบลล็อตตากล่าว “เรามีแพทย์และพยาบาลอย่างจำกัด แม้แต่ในสถานการณ์ที่รุนแรงเราอาจต้องขอให้พวกเขาทำงานต่อไปแม้ว่าพวกเขาจะตรวจพบเชื้อด้วยซ้ำ พวกเขาควรจะติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายไวรัสเพิ่มเติม”
ขณะที่ รัฐบาลอิตาลีได้ออกกฤษฎีกาฉุกเฉินเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยจัดสรรเงิน 3.5 พันล้านยูโร (ราว 1.2 แสนล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือระบบสาธารณสุขที่กำลังย่ำแย่
“เรากำลังนำบุคลากรการแพทย์จากต่างประเทศมาช่วย และเอาบุคลากรรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีใบอนุญาตเข้ามาร่วมในการต่อสู้นี้ด้วย ถ้าเราไม่มีการป้องกันอย่างเพียงพอ สุดท้ายพวกเขาจะจบลงแบบในสงคราม ที่ทหารไม่ได้ตายจากการต่อสู้ในสนามรบ แต่ต่ยเพราะไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ ยิ่งขาดเครื่องมืออุปกรณ์และบุคลากรการแพทย์มากเท่าไหร่ ระบบสาธารณสุขของเราก็จะยิ่งอ่อนแอ” คาร์ตาเบลล็อตตากล่าว
ด้าน แอตติลิโอ ฟอนทานา (Attilio Fontana) ผู้ว่าราชการแคว้นลอมบาร์เดีย ตอนเหนือของอิตาลี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรงที่สุด กล่าวว่า “ในเร็ววันนี้ ศูนย์การแพทย์ของเราจะไม่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ ๆ ได้อีกแล้ว ขอชาวอิตาลีอยู่กับบ้าน อย่าออกมาข้างนอกโดยไม่จำเป็น สถานการณ์ตอนนี้คือจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มีลด มีแต่เพิ่ม ในไม่ช้าเราจะไม่สามารถรับผู้ป่วยได้อีกแล้ว”
อิตาลีกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ของวิกฤติระดับประเทศที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาชนกว่า 60 ล้านคนอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังทวีความเข้มข้นมากขึ้นในแต่ละวัน ร้านค้าที่ยังคงเปิดอยู่นั้นกำลังต้องปิดตัวลง และตำรวจที่ลาดตระเวนก้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนทั่วไปมาเดินเพ่นพ่านในเมือง
กระนั้น จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ในประเทศก็ยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราประมาณ 3,500 รายต่อวัน ถึงปัจจุบัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมในอิตาลีอยู่ที่ 35,713 ราย เสียชีวิตแล้ว 2,978 ราย
ที่มา: Aljazeera, CNN