“กรณ์” ชี้มาตรการรัฐเยียวยาโควิด -19 จ่าย 5 พัน ช่วยคน 3 ล้านคน ไม่สะท้อนตัวเลขจริง!!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

 “กรณ์ จาติกวณิช”  เปิดโมเดลพลิกวิกฤตโควิด-19 เจียดงบกระทรวงละ 10% เพิ่มงบช่วยเหลือปชช.รับผลกระทบ เหตุตัวเลขจริงต้อง 24 ล้านคน ไม่ใช่ 3 ล้านคน

จากกรณีรัฐบาลออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 โดยมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาทให้แก่แรงงานนอกระบบประกันสังคม รวมถึงผู้ประกันตนม.39 และม.40 ที่จ่ายเงินสมทบเองโดยไม่มีนายจ้างจ่ายนั้น ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าไว้ 3 ล้านคน แต่ปรากฏว่าหลังจากเปิดให้ลงทะเบียนปรากฏมีผู้มาลงทะเบียนทะลุ 20 ล้านคน ซึ่งทางภาครัฐย้ำว่า เมื่อผ่านการคัดกรองแล้ว หากเกิน 3 ล้านคนก็สามารถหาเงินมาดำเนินการได้ โดยรัฐบาลไม่ได้ถังแตกนั้น

ล่าสุดวันที่ 31 มี.ค. รายการ เป็นเรื่องเป็นข่าว  เปิดประเด็นสะท้อนมาตรการเงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19  โดยได้รับเกียรติจาก “คุณกรณ์ จาติกวณิช”  ว่าที่หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  มาร่วมวิเคราะห์พร้อมเสนอ  “กรณ์โมเดล พลิกวิกฤตโควิด-19”  

 

โดยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยให้กับแรงงานนอกระบบคนละ 5,000 บาท รวม 3 ล้านคน ซึ่งมีคนมากกว่าที่รัฐกำหนดว่า  ผู้ได้รับผลกระทบไม่ใช่แค่ 3 ล้านคน ทางเราก็เคยเสนอไป แต่รัฐอาจจำกัดในเรื่องงบประมาณไม่พอ เพราะตั้งไว้ 45,000 ล้านบาท  เมื่อคำนวณได้เพียง 3 ล้านคน อยู่ที่คนละ 5,000 บาท แต่ความเป็นจริง คนลงทะเบียนมากกว่านั้น

“ผมคิดว่าตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ คาดว่าอยู่ประมาณ 24 ล้านคน ที่เป็นกลุ่มใช้แรงงานอิสระ จะได้รับผลกระทบ ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม  คือ 1.ผู้มีอาชีพอิสระ รวมผู้ประกันตนม.39 และ 40 โดยรวมมีจำนวน 12 ล้านคน บางคนอาจไม่เดือดร้อนก็คัดออกได้ แต่ส่วนใหญ่รายได้น้อย  2.เกษตรกร ซึ่งเดิมก็เดือดร้อนจากภัยแล้งอยู่แล้ว และเกษตรกรจำนวนมากไม่ได้มีอาชีพเกษตรกรอย่างเดียว แต่ยังทำอาชีพอื่น ผู้ใช้แรงงาน ทำมาค้าขาย ซึ่งกลุ่มนี้มีอีก 12 ล้านคน โดยมีจำนวนหนึ่งที่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในโครงการประกันรายได้ ก็ต้องไปดูจำนวนประมาณ 8 ล้านคน ดังนั้น ยังมีอีก 4 ล้านคนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเลย ดังนั้น ตัวเลขจาก 4 ล้านคนจุดนี้ บวกกับ 12 ล้านคนก่อนหน้า ก็จะเป็น 16 ล้านคน”

กรณ์ กล่าวอีกว่า 3.กลุ่มผู้ประกันตนม.33 ที่ได้รับผลกระทบด้วย เพราะบางส่วนไม่มีรายได้สูงที่จะจ่ายภาษี และถูกหักเงินอีก แต่กลุ่มนี้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะบริษัทไม่ได้ถูกปิด บางแห่งถูกพักงานไม่มีเงินเดือน กลุ่มนี้ประมาณ 8 ล้านคน ดังนั้น เมื่อรวมกับกลุ่มก่อนหน้านี้ 16 ล้านคน กับอีก 8 ล้านคน ก็จะเป็น 24 ล้านคน นี่คือตัวเลขที่คิดว่า ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่า 3 ล้านคน 

“ส่วนที่ภาครัฐตั้งตัวเลขไว้ 3 ล้านคนนั้น ตั้งมาจากเงินที่มี คือ 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ใช่วิธีคิดที่เหมาะสม เพราะเอาเงินเป็นที่ตั้ง แต่ไม่ได้เอาจำนวนประชาชน อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า กลุ่มที่มาลงทะเบียนก็มีส่วนหนึ่งที่ไม่เข้าเกณฑ์ จึงอยากบอกว่า กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ก็ไปเอาชื่อออกเถอะ จริงๆ ผมเป็นห่วงกระทรวงการคลังที่ต้องมาคัดตรงนี้ แน่นอนว่า สุดท้ายจะมีคนอีก 16 ล้านคนไม่พอใจกระทรวงการคลังแน่นอน”

-สิ่งที่พรรคกล้า เสนอให้เพิ่มงบฯ ด้วยการเจียดเงิน 10% จากทุกกระทรวง

รัฐบาลต้องรื้อแผน ซึ่งจริงๆนายกฯ ก็ตระหนัก เพราะตั้งแต่เดือนมกราคม ได้ขอความร่วมมือกับหน่วยราชการปรับลดงบ 10% เหมือนที่ตนเสนอ แต่กลับไม่มีใครทำ ซึ่งขอความร่วมมือไม่ได้ แต่ปรากฏว่าหลายๆเรื่อง หลายหน่วยงานราชการก็ทำงานใช้งบไปแล้ว แต่วันนี้ก็ไม่สาย เพราะทางจิตวิทยาทางการเมือง ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน จึงต้องเร่งทำ ไม่เช่นนั้นการจะก้าวไปกู้ยืมเงิน     แต่ไม่ใช่ว่าไม่ต้องกู้ ก็ต้องกู้ฉุกเฉิน เราเคยทำมาแล้วเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว วิกฤตแฮมเบอเกอร์ และตอนนี้วิกฤตกว่าหลายเท่า จึงต้องทำทั้งคู่ แต่ประเด็นคือ ต้องปรับงบฯปี 2563 ก่อน โดยอาจใช้อำนาจฉุกเฉิน

เรื่องการกู้เงินก็มีประเด็น เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำได้หรือไม่ เนื่องจากคสช.ไปแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้การกู้เงินยากขึ้น ก็เหมือนผูกมัดตัวเอง ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก ดังนั้น ปรับแผนงบฯ ปี 2563 ทำได้เลย และงบปะ 2564 ก็ผ่านครม.ไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม นี่ก็อีกประเด็น เพราะสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่มาในไทย ซึ่งชุดความคิดงบปี 2564 ก็ไม่สอดคล้องกัน และพอถึงต.ค. ต้องมีการเยียวยาอีก ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ก็ต้องปรับหมด

ส่วนงบแต่ละกระทรวงที่จะเอามา 10% เพราะทุกกระทรวงต้องมีส่วนร่วม แต่กระทรวงไหนที่มีงบมากกว่านี้ หรือใช้ไม่ทันก็อาจต้องเพิ่มมากกว่า 10%  อย่างงบลงทุนบางโครงการ อย่างไรเสียจ่ายค่างบไม่ครบ เพราะจะมีเวลา 5-6 เดือน เพราะช่วงนี้ทำงานไม่ค่อยได้ ส่วนนี้จะเหลือ แต่ก็มีประเด็นปัญหาว่า รัฐธรรมนูญผูกมัดรัฐบาลอีก แต่คุณสามารถโอนงบจำเป็นน้อย ไปให้งบที่จำเป็นมากกว่าได้ อย่างเช่นให้ทางระบบสาธารณสุข จริงๆ ยังมีงบดูงาน งบสัมมนา ไม่มีใครจัดอยู่แล้ว จะได้มากได้น้อยก็ต้องออกแรง เอางบส่วนนี้มาช่วยประชาชน

“สำหรับงบที่ผมเสนอสำหรับประชาชน 24 ล้านคน หากให้คนละ 5,000 บาท จะอยู่ที่ 360,000 ล้านบาทสำหรับ 3 เดือน  ซึ่งหากเจียดงบแต่ละกระทรวง 10%  จะได้ที่ 320,000 ล้านบาท ยังไม่รวมงบเดิมที่รัฐตั้งไว้ 45,000 ล้านบาท ซึ่งก็พอ ยังมีผู้ประกอบการ SME ขนาดเล็กมีประมาณ 2.5 ล้านกิจการ ซึ่งใกล้จะตายแล้ว โดยเฉลี่ย SME มีหนี้ประมาณ 1-2 แสนบาทต่อราย หรือโดยรวมมีหนี้ 5 แสนล้านบาททั้งระบบ จึงอยากให้รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยแทนเขาเลยสัก 3 เดือน ไม่ต้องพักหนี้ การทำแบบนี้จะได้ไม่ต้องปลดพนักงาน และรัฐบาลต้องมีมาตรการอุดหนุนค่าว่าจ้างพวกเขาด้วย เราต้องช่วยทั้งประชาชนและผู้ประกอบการให้อยู่รอด" กรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเพิ่มเติม...

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ