วันนี้ 10 เม.ย. 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ มอบหมายให้นายสุริยะ อรุณรุ่ง ทนายความ เข้าแจ้งความตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ให้ดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ รวม 5 กระทง
“จุรินทร์” แจ้งจับ “อัจฉริยะ” นำเข้าข้อมูลเท็จ-ใส่ร้าย ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายสุริยะ บอกว่า นายอัจฉริยะนำข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผ่านเฟซบุ๊ก ของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และเผยแพร่ข้อความดังกล่าวให้แพร่หลายสู่ประชาชน ซึ่งข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือน ยุยง ปลุกปั่น ใส่ความ ฉวยโอกาส สร้างกระแสด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ โดยมีเจตนาทำลายความน่าเชื่อถือของนายจุรินทร์ทั้งส่วนตัวและการบริหารราชการแผ่นดิน
ขณะที่ นายจุรินทร์ ระบุว่า สนับสนุนให้มีการตรวจสอบเรื่องหน้ากากอนามัยจากทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะโดยผู้ตรวจการแผ่นดิน ตำรวจ หรือกรรมาธิการของสภาฯ แต่การส่งทีมทนายไปแจ้งความเพราะพบว่าเป็นการใส่ความ และมีการไลฟ์สดผ่านระบบคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเกียรติยศชื่อเสียงส่วนตัวและการปฎิบัติหน้า จึงต้องดำเนินคดี 5 กรรม เพราะว่ามีการไลฟ์สด 5 ครั้ง แต่พร้อมที่จะชี้แจงทำความเข้าใจและพร้อมรับการตรวจ และที่แจ้งความดำเนินคดีเพราะต้องการใช้สิทธิเรียกความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม
“อัจฉริยะ” แจ้งความปอท.เอาผิด “เสี่ยบอย” กักตุนหน้ากาก
ส่วนความเคลื่อนไหวของนายอัจฉริยะหลังถูกแจ้งความดำเนินคดีวันนี้ พบว่านายอัจฉริยะได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลืออาชญากรรมว่าถูกฟ้องมาแล้ว 110 คดี เหลือ 9 คดี รอดมาแล้ว 101 คดี พร้อมระบุข้อความถึงทนายความนายจุรินทร์ว่าเป็นทนายความมา 35 ปี แต่ไม่กล้าตอบสื่อว่าเขาทำผิดตรงไหน และระบุด้วยว่าขอให้ตำรวจแจ้งข้อหาให้ได้ก่อนค่อยมาคุยโม้
และโฟสต์ก่อนหน้านั้นนายอัจฉริยะก็ระบุว่า ถูกฟ้องปิดปาก นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนแบบเขา ทำเพื่อชาติบ้านเมืองเรื่องหน้ากากหาย เพราะการดูแลบริหารของกระทรวงพาณิชย์ ถูกดำเนินคดี ก็ไปมอบตัวสู้คดี "ไม่เอาข้าวผัดไม่เอาโอเลี้ยง ชอบน้ำแดง ข้าวมันไก่"
"มัลลิกา"ฟ้องหมิ่นประมาท"อัจฉริยะ" พาดพิงกักตุนหน้ากาก