คุณกุลิสรา เล่าถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอาชีพสงวนของคนไทย ทั้ง 3 ระดับ คือ
1.ช่างผมที่เป็นผู้ประกอบการ
2.ช่างผมอิสระ
3.ช่างผมที่เป็นลูกจ้าง
เธอเห็นว่า กลุ่มช่างผมที่เดือดร้อนมากหน่อยคือ กทม.และปริมณฑล เพราะถูกสั่งปิดแบบกระทันหัน แม้ทุกคนจะเข้าใจและยินดีให้ความร่วมมือแต่ปัญหาที่ตามมาคือ "ค่าเช่า" ยังคงถูกเก็บต่อไปไม่ว่าจะเป็นเจ้าเล็กหรือเจ้าใหญ่
ส่วนเรื่องเงินเยียวยา 5,000 บาทก็ประสบปัญหาไม่ต่างจากชาวบ้านหาเช้ากินค่ำอาชีพอื่น
ลงทะเบียนไปก็บอกว่าเป็นนักศึกษาบ้าง เป็นเกษตรกรบ้าง
"อายุ 40 ปีเป็นช่างผมมา 20 ปี แต่มีสถานะเป็นนักศึกษา"
นายกสมาคมช่างตัดผมฯ ยังเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกชาย ลูกชายเป็นนักดนตรี เพื่อนคนอื่น ๆ ลงทะเบียนได้หมด แต่ลูกชายไม่ได้ เพราะเป็นนักศึกษาอยู่ ที่เป็นนักศึกษาเพราะเป็นหนี้ กยศ.
"ระบบเอไออาจแม่นยำ แต่ต้องตรวจสอบคนที่กรอกข้อมูลเข้าระบบด้วย"
ส่วนเรื่องการเตรียมตัวเตรียมพร้อมด้านสุขอนามัยหากได้รับการผ่อนผันให้เปิดบริการได้นั้นเธอบอกว่า ช่างผมเขาดูแลตัวเองดีอยู่แล้วเพราะทำงานใกล้ชิดลูกค้า ยิ่งในสถานการณ์โควิดยิ่งต้องดูแลมากขึ้น ซึ่งจะต้องเตรียมพร้อมเรื่องความสะอาดหลายเรื่อง ทั้งตัวเอง เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ต้องแช่แอลกอฮอล์ แอร์ต้องล้างทำความสะอาด ช่างผมต้องใส่ถุงมือ หน้ากากอนามัย ลูกค้าก่อนเข้าร้านต้องวัดอุณหภูมิ ต้องใส่หน้ากากอนามัย และนั่งคอยได้เพียงคนเดียว เพื่อรักษาระยะห่าง