ทำความรู้จัก หญิงสาวผู้ค้นพบ “ไวรัสโคโรนาในมนุษย์”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้ว ผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้โลกรู้จักไวรัสโคโรนาในมนุษย์เป็นครั้งแรก

ไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน เป็นไวรัสโคโรนาในมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบเมื่อปลายปี 2562 แต่รู้หรือไม่ว่า ผู้ที่ค้นพบไวรัสโคโรนาในมนุษย์ชนิดแรกคือใคร?

อัปเดตข่าว สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด 15 เม.ย. 63

อัปเดตข่าวโควิด-19 (COVID-19) ล่าสุด 15 เม.ย. 63

อัปเดตข่าวล่าสุด โควิด-19 (Covid-19) ในวงการฟุตบอล วันที่ 15 เม.ย. 63

จูน อัลเมดา (June Almeida) คือชื่อของหญิงสาวผู้ค้นพบไวรัสโคโรนาในมนุษย์เป็นคนแรกเมื่อปี 2507 ที่ห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาลเซนต์โทมัส (St. Thomas) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

นักไวรัสวิทยาคนนี้ เดิมชื่อ จูน ฮาร์ต (June Hart) เธอเกิดในปี 2473 และเติบโตใกล้กับอเล็กซานดราปาร์ก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์

เธอออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 ปี โดยมีวุฒิการศึกษาไม่มาก แต่ได้งานเป็นช่างเทคนิคในห้องปฏิบัติการทางจุลพยาธิวิทยาที่โรงพยาบาลกลาสโกว์รอยัล (Glasgow Royal)

หลังจากนั้นเธอย้ายไปยังลอนดอนเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพของเธอ และในปี 2497 เธอสมรสกับ เอนริกส์ อัลเมดา (Enriques Almeida) ศิลปินชาวเวเนซุเอลา

ต่อมาทั้งคู่และลูกสาวตัวน้อยย้ายไปโตรอนโตในแคนาดา จอร์จ วินเทอร์ (George Winter) นักเขียนทางการแพทย์ ระบุว่า ที่สถาบันมะเร็งออนตาริโอในแคนาดานี้เอง ที่อัลเมดาฉายแววทักษะการใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน เธอยังเป็นผู้บุกเบิกวิธีการที่ทำให้มองเห็นไวรัสได้ดีขึ้นโดยการใช้แอนติบอดี้

วินเทอร์กล่าวว่า พรสวรรค์ของเธอได้รับการยอมรับในอังกฤษ และเธอถูกขอให้กลับมาทำงานในโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลเซนต์โทมัส ในลอนดอน (โรงพยาบาลเดียวกับที่นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน เข้าพักรักษาไวรัสโควิด-19)

เมื่อเธอกลับมาลอนดอน เธอก็เริ่มทำงานร่วมกับ ดร.เดวิด ไทเรลล์ (David Tyrrell) ผู้ซึ่งกำลังทำการวิจัยที่หน่วยโรคไข้หวัดใน ซาลิสเบอรี (Salisbury) วิลต์ไชร์ (Wiltshire)

วินเทอร์กล่าวว่า ดร.ไทเรลล์กำลังศึกษาการล้างจมูกในอาสาสมัคร และปรากฏว่าทีมของเขาพบไวรัสที่สามารถเติบโตในความเย็น 2-3 ชนิดตัว

ตัวอย่างที่สำคัญ คือ ไวรัสโคโรนาชนิด B814 ซึ่งพบหลังล้างจมูกของนักเรียนที่โรงเรียนประจำในเซอร์เรย์ (Surrey) ในปี 2503

พวกเขาพบว่าไวรัสดังกล่าวสามารถถ่ายทอดอาการหวัดทั่วไปให้กับอาสาสมัครได้ แต่ไม่สามารถเติบโตได้ในการเพาะเลี้ยงเซลล์ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม การศึกษาจากอาสาสมัครแสดงให้เห็นถึงการเติบโตในอวัยวะ ดร.ไทเรลล์สงสัยว่า อาจจะสามารถมองเห็นมันได้เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเท่านั้น

ดร.ไทเรลล์จึงส่งตัวอย่างไปให้ จูน อัลเมดา และก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเธอสามารถมองเห็นอนุภาคไวรัสในตัวอย่าง ซึ่งเธออธิบายว่าลักษณะมันเป็นเหมือนไวรัสที่ก่อโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว

วินเทอร์กล่าวว่า ดร.อัลเมดาเคยเห็นอนุภาคเช่นนี้มาก่อนตอนตรวจสอบโรคตับอักเสบในหนู และโรคหลอดลมอักเสบติดเชื้อในไก่

อย่างไรก็ตาม รายงานของเธอที่ส่งการค้นพบไปยังวารสารงานวิจัยถูกปฏิเสธในครั้งแรก เพราะผู้ตัดสินมองว่า ภาพที่เธอเก็บมาจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนนั้น เป็นเพียงภาพของอนุภาคไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่คุณภาพไม่ดีและไม่ชัดเท่านั้น

ต่อมา การค้นพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ B814 ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ของอังกฤษในปี 2508 และภาพถ่ายแรกของเชื้อที่เธอค้นพบก็ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิทยาไวรัสวิทยาทั่วไปในอีก 2 ปีต่อมา

สำหรับชื่อ “ไวรัสโคโรนา” มาจาก ดร.ไทเรลล์ ดร.อัลเมดา และ ศ.โทนี วอเตอร์สัน (Tony Waterson) ผู้ดูแลโรงพยาบาลเซนต์โทมัสขณะนั้น เนื่องจากลักษณะของไวรัสที่ถูกล้อมรอบโดยมงกุฎหรือรัศมี โดย “โคโรนา (Corona)” มาจากภาษาละติน แปลว่า “มงกุฎ”

หลังจากการค้นพบ ดร.อัลเมดาก็ทำงานที่โรงเรียนแพทย์ในลอนดอน ซึ่งเธอได้รับวุฒิปริญญาเอกจากที่นี่

เธอสิ้นสุดอาชีพของเธอที่สถาบันเวลคัม (Wellcome Institute) ซึ่งเธอได้รับการเสนอชื่อให้จดสิทธิบัตรหลายฉบับในสาขาการถ่ายภาพไวรัส

จากนั้น ดร. อัลเมดาก็กลายเป็นครูสอนโยคะ แต่ก็กลับไปทำงานด้านไวรัสวิทยาอีกครั้ง เป็นที่ปรึกษาการถ่ายภาพไวรัสชนิดใหม่ช่วงปี 2530 ซึ่งไวรัสชนิดนั้นก็คือ HIV

ดร.จูน อัลเมดา เสียชีวิตในปี 2550 อายุ 77 ปี

 

เรียบเรียงจาก BBC

ภาพจาก BBC

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

ฮังการี

VS

สวิตเซอร์แลนด์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ