เมื่อวันที่ (19 เม.ย.2563) ร้านซ่อมโทรศัพท์ดังกล่าวชื่อว่าร้าน “ซารุ โฟน” ปกติจะเปิดให้บริการอยู่ภายในเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ แต่หลังกทม.มีคำสั่งปิดห้างสรรพสินค้า “ซารุ โฟน” ก็ต้องปิดไปด้วย แต่เนื่องจากเจ้าของร้านมีภาระต้องหารายได้เลี้ยงครอบครัว จึงเปลี่ยนการให้บริการซ่อมโทรศัพท์จากการเปิดหน้าร้าน มาเป็นการเดินทางไปซ่อมให้ลูกค้าถึงบ้าน
นายกิตติศักดิ์ วรพันธ์ เจ้าของร้าน เล่าว่า หลังห้างปิดตนก็รู้สึกกังวลเพราะกลัวว่าจะไม่มีรายได้ เนื่องจากภรรยาก็ตั้งครรภ์ และแม่ก็ป่วย ข้อจำกัดนี้จึงต้องหาวิธีการปรับเปลี่ยนการทำธุรกิจเพื่อให้มีรายได้ต่อไป โดยหลังจากเปลี่ยนมาให้บริการซ่อมโทรศัพท์ถึงที่บ้าน ปรากฎว่ามีลูกค้าสนใจและบอกกันปากต่อปาก ทำให้ยังพอมีงานมาให้ทำ โดยตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา มีลูกค้าเรียกใช้บริการแล้วกว่า 100 ราย
ด้านลูกค้าที่ใช้บริการวันนี้ คือ น.ส.พรรษา ยอดเพชร ระบุว่า เป็นการปรับตัวของร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าดีมาก เพราะโทรศัพท์เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ แต่ในสถาณการณ์แบบนี้จะออกไปไหนก็ลำบาก หาร้านที่รับซ่อมแทบไม่ได้ แต่เมื่อมีร้านที่ให้บริการถึงที่แบบนี้ก็มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ นอกจากนั้นยังได้เห็นช่างซ่อมโทรศัพท์กับตาตัวเอง แตกต่างจากที่ร้านที่ต้องนำโทรศัพท์ไปฝากไว้
สำหรับการให้บริการซ่อมโทรศัพท์นอกสถานที่ในภาวะที่มีโควิด-19 ระบาดอยู่ เจ้าของร้าน ซารุ โฟน ระบุว่า หากร้านซ่อมโทรศัพท์ร้านใดจะนำรูปแบบบริการนี้ไปใช้ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างและลูกค้าอย่างดี ทั้งหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ที่ต้องเตรียมให้พร้อม เพราะนอกจากจะทำให้ลูกค้าปลอดภัยและมีความไว้ใจในมาตรการการบริการในภาวะที่มีโรคระบาด ยังถือว่าเป็นการป้องกันตัวเองและครอบครัว