กลุ่มนักวิชาการทางการแพทย์ และอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ได้จัดทำรายงานข้อเสนอ เรื่องวิกฤติโควิด-19 ในประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านจากมาตรการ“กึ่งล็อกดาวน์”เข้าสู่มาตรการ “สร้างเสถียรภาพ” เพื่อเตรียมเสนอต่อรัฐบาล เนื่องจากสถานการณข์องโรคติดเชื้อโควิด-19 ในไทยมีแนวโน้มดีขึ้น
จากข้อมูล ณ วันที่ 14 เม.ย. 2563 มี 32 จังหวัด ไม่พบผู้ป่วยในรอบ 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ มาตรการกึ่งล็อกดาวน์ที่ใช้อยู่มีส่วนสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศไทย แต่การใช้มาตรการดังกล่าวมีต้นทุนสูงทางเศรษฐกิจและสังคม ควรดำเนินการเพียงชั่วคราวในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น หากเนิ่นนานจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชากรที่มีรายได้น้อย มีหนี้สินครัวเรือนสูง ทำให้เกิดการตกงาน 5-7 ล้านคน
ทางกลุ่มจึงมีข้อเสนอ 5 ประการ คือ
1.ขยายการตรวจให้ครอบคลุมทุกจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงต่อการระบาดเช่น กลุ่มที่อยู่แออัด เรือนจำ บ้านคนชรา ชุมชนแรงงานข้ามชาติ
2.ทำให้ทุกคนเข้าใจและปฎิบัติตามมาตรการสุขลักษณะ ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย เมื่อออกจากบ้าน งดการชุมนุม งดงานสังคมที่จัดใหญ่โตมีคนมากๆ
3.เปิดให้ธุรกิจเริ่มเดินหน้าโดยมีการประเมินความเสี่ยงของการดำเนินงานโดยองค์กรธุรกิจ
4.ปิดแหล่งที่มีความเสี่ยงสูง ที่แพร่โรค อาทิ สถานบันเทิง ผับ บาร์ สนามการพนัน ในรูปแบบต่างๆ
5.มีระบบเฝ้าระวังตรวจจับและคาดการณ์ ความรวดเร็วของการแพร่ระบาดในระดับพื้นที่และระดับประเทศ
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านจากมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ ไปสู่มาตรการสร้างเสถียรภาพ สามารถเริ่มได้ในต้นเดือนพ.ค.หรืออาจนำร่องทดลองปลายเดือนเม.ย.นี้ 3-4 จังหวัด ที่ไม่พบผู้ป่วยในช่วง 14 วัน ก่อน
ผอ.แล็บอู่ฮั่น ยัน ไม่ใช่ต้นตอแพร่โควิด-19
เปิดมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน เยียวยาพิษโควิด-19
ร้านซ่อมมือถือ ปรับตัวสู้โควิด-19 “บริการถึงบ้าน” ลูกค้ากว่า 100 ราย