เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. เกิดเหตุทหารยิงคนในบ้านได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในหมู่บ้านทรัพย์ยั่งยืน ซอย 5 ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จ.สมุทรปราการ
ต่อมา 17.10 น. ตำรวจล้อมบ้านที่เกิดเหตุไว้หมดแล้ว ขณะเดียวกันผู้ก่อเหตุได้พยายามขับรถหลบหนี จึงทำการยิงยางรถยนต์จนไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ส่วนตัวผู้ก่อเหตุได้นั่งอยู่ในรถ และอยู่ระหว่างเจรจาให้มอบตัว
18.50 น. ตำรวจเจรจาไม่สำเร็จ และผู้ก่อเหตุไม่ยอมให้นำคนบาดเจ็บออกมาจากภายบ้าน
ขณะที่ชุดปฏิบัติการณ์พิเศษมาถึงในพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมรับคำสั่งโดยมีอาวุธครบมือ เพื่อกดดันปิดล้อมให้ผู้ก่อเหตุยอมเข้ามอบตัว
19.15 น. คนร้ายตัดสินใจมอบตัวหลังกบดานอยู่ในรถนานกว่า 2 ชม. โดยประสานให้พี่สาวช่วยเจรจาจนเกลี้ยกล่อมสำเร็จ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านพบผู้เสียชีวิต 1 คน ซึ่งเป็นพ่อตาของผู้ก่อเหตุ
ต่อมาทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ พลอาสาสมัคร ภูเบศร์ กลิ่นพราม อายุ 37 ปี สารวัตรทหาร สังกัดมณฑลทหารบกที่ 14 จังหวัดชลบุรี เบื้องต้นทราบว่าได้ขับรถมาที่เกิดเหตุเพื่อมาเคลียร์ปัญหากับภรรยา แต่คาดว่าไม่ลงตัวจึงทำให้ก่อเหตุอุกอาจดังกล่าวขึ้น
หลังควบคุมตัวได้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้ต้องหาทราบว่า เคยอยู่กินกับลูกสาวของผู้ตาย และมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่แยกทางกับภรรยาเมื่อ 2 ปีก่อน กระทั่งในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาได้เดินทางมาที่บ้านของผู้ตายพร้อมกับลูกคนเล็กเพื่อจะมาหาภรรยาและพยายามเข้าไปในบ้าน แต่พ่อตาไม่ยอมให้เข้าไปในบ้าน จึงชักอาวุธปืนออกมายิงใส่พ่อตา ก่อนจะเดินไปบอกอดีตภรรยาว่า “ไปดูพ่อมึงด้วย กูยิงพ่อมึงตายแล้ว”
จากนั้นผู้ต้องหากำลังจะถอยรถเก๋งออกจากซอยเพื่อหลบหนี ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับมีสายตรวจมาที่เกิดเหตุพอดี ก่อนใช้อาวุธปืนยิงยางรถของผู้ต้องหาจนรถไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ส่วนตัวผู้ก่อเหตุจึงได้นั่งอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่พยายามกล่อมให้มอบตัวซึ่งเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงสถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย
จึงติดต่อพี่สาวของผู้ต้องหามาเกลี้ยกล่อมจนยอมมอบตัวและยอมเปิดประตูลงมาจากรถแต่โดยดีพร้อมด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนการตรวจสอบในรถพบเครื่องแบบทหาร ติด เครื่องหมายสังกัด และ หมวกของสารวัตรทหาร หรือ สห.อีก 1 ใบ
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตวรจสอบในบ้านส่วนบ้านที่เกิดเหตุ ห้องนอนชั้น 2 พบศพ นายประเสริฐ สิงห์เรือง อายุ 61 ปี อดีตนายกสโมสรโรตารี่เอราวัณสมุทรปราการหลายสมัย โดยสภาพศพนอนอยู่บนพื้น ถูกอาวุธปืนยิงที่ศีรษะและตามลำตัวทั้งหมด 7 นัด ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บพยานหลักฐานโดยละเอียด ส่วนแม่ยายก็ถูกยิงกระสุนถากที่แขนได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ จากการสอบปากคำ นางสาวดวงพร สิงห์เรือง ภรรยาผู้ก่อเหตุให้การว่า ได้แยกกันอยู่มานานกว่า 2 ปีแล้ว เนื่องจากนายภูเบศร์ มีปัญหากับพ่อของตน และในวันนี้ตนได้ไปรับลูกมาจากนายภูเบศ แต่เขาไม่ยอมให้ลูกออกมาจึงได้เกิดการยื้อแย่งกันขึ้น แต่ตนก็เอาลูกคนโตขึ้นรถมาได้ ส่วนลูกคนเล็กนายภูเบศร์ ได้อุ้มเอาไว้ไม่ให้มา จากนั้นก็ได้ขับรถกลับมาถึงบ้านและกำลังจะเข้าบ้าน
แต่ปรากฎว่านายภูเบศร์ ได้ขับรถตามที่บ้านพร้อมสังเกตุเห็นถืออาวุธปืนมาด้วย จึงบอกให้พ่อรีบเข้าไปหลบในบ้าน ก่อนที่นายภูเบศร์จะปีนเข้าไปทางหน้าต่าง ซึ่งตอนนั้นพ่อตนขึ้นไปอยู่ชั้นสอง แต่ก็ถูกตามไปยิงจนพ่อเสียชีวิต ส่วนแม่ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ด้าน พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ยืนยันถึงสาเหตุว่าเกิดจากปัญหาในครอบครัว โดยผู้ก่อเหตุขับรถมาที่บ้านหลังนี้เพื่อเคลียร์ปัญหากับพ่อตาเกี่ยวกับเรื่องของภรรยา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้ก่อเหตุจึงใช้อาวุธปืนยิงพ่อตาเสียชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ทำให้เสียทรัพย์ และ พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ขณะเดียวกันทางตำรวจ ได้คัดค้านการประกันตัว เพราะนอกจากจะเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญแล้ว ผู้ก่อเหตุยังเป็นถึงข้าราชการทหารอีกด้วย ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป