กทม. ไฟเขียวคลายล็อก “8 กิจการ” รอ ศบค. เคาะวันเปิดทั่วประเทศ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สำหรับข้อสงสัยเรื่องการผ่อนปรนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ล่าสุดกรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศมาตรการใหม่โดยผ่อนปรนคลายล็อก “8 กิจการ” ให้กลับมาเปิดได้ตามเดิม แต่ต้องอยู่ภายใต้การมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด โดยขอให้รอ ศบค.เคาะวันเปิดพร้อมกันทั่วประเทศ

อัปเดตข่าว โควิด-19 (COVID-19) ล่าสุด 29 เม.ย. 63

อัปเดตข่าว สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด 29 เม.ย. 63

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2563 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงแพทย์จากสถาบันการศึกษา ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 10/2563 เพื่อหาแนวทางออกมาตรการผ่อนปรน จากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายนนี้

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเสนอแนวทางผ่อนปรนกิจการทั้ง 8 ประเภท ให้กลับมาเปิดได้ตามเดิม แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดอย่างเข้มงวด เช่น ตรวจวัดอุณหภูมิผู้ใช้บริการ  ใส่หน้ากากอนามัย  ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และจัดระยะห่างระหว่างบุคคล 1.5 เมตร - 2 เมตร   ทั้งนี้หากพบว่ากิจการใดๆ ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการนี้ก็จะสั่งปิดทันที ซึ่งขณะนี้ทางกรุงเทพมหานคร ได้เสนอมาตรการดังกล่าวนี้ต่อรัฐบาลแล้ว  ส่วนจะการปลดล็อคให้เปิดได้วันใดนั้น คงต้องรอให้ ศบค. ประกาศวันเปิดให้ชัดเจนอีกครั้ง และคาดว่าจะประกาศให้เปิดพร้อมกันทั่วประเทศ

สำหรับกิจการ 8 ประเภท ที่ปลดล็อกให้สามารถเปิดบริการได้ ประกอบด้วย

1. ร้านอาหาร  ยกเว้นร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต กำหนดให้นั่งทานที่ร้านได้  แต่ต้องจัดที่นั่งห่างกัน 1.5 เมตร ตามหลัก social distancing แต่งดเว้นร้านอาหารแบบชาบู หมูกระทะ ที่ประชาชนปรุงอาหารได้เอง รวมถึงงดเว้นการจำหน่าย หรือนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มานั่งรับประทานด้วย

2. ตลาด และตลาดนัด ให้ขายสินค้าได้ทุกประเภท รวมถึงตลาดที่เคยสั่งปิดก่อนหน้านี้ให้กลับมาขายได้ตามปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโรค

3. สถานที่ออกกำลังกาย เป็นประเภทที่มีระยะห่างกัน ทั้งศูนย์กีฬาเอกชนและ ศูนย์เยาวชน กทม. สามารถเปิดบริการให้เข้าไปออกกำลังกายได้ โดยเฉพาะกีฬาที่ไม่ต้องประชิดตัวกัน เช่น เดิน วิ่ง สนามแบดมินตัน เทเบิลเทนนิส // แต่ไม่อนุญาตให้เล่นกีฬาประเภททีมหรือกีฬาที่ต้องใกล้ชิดกัน เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล

4. สวนสาธารณะ อนุญาตให้เข้าไปออกกำลังกาย หรือพักผ่อนได้ แต่ห้ามจับกลุ่มสังสรรค์

5. ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย อนุญาตเฉพาะ “ตัด  - สระ – ได” เท่านั้น และต้องมีช่วงเวลากำหนดเป็นรอบให้บริการครั้งละ 2 ชม. และปิดทำความสะอาดอีกประมาณ 20 นาที รวมถึงการเข้าใช้บริการต้องจองคิวก่อน เพื่อไม่ให้มีการนั่งรอในร้านเป็นกลุ่ม  / ส่วนการปฏิบัติของช่างต้องใส่หน้ากากอนามัยอนามัย และ Face Shield ด้วย

6. ร้านตัดขนสัตว์ คลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์ ให้เจ้าของ 1 คน นำสัตว์เข้าร้านได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น  และร้านต้องหยุดทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกๆ 2 ชม.

7. โรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาล เป็นได้ตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข

8. สนามกอล์ฟ และสนามฝึกซ้อม งดเว้นการรวมกลุ่ม / ส่วนร้านอาหารที่อยู่ภายในสนามกอล์ฟสามารถเปิดได้ โดยใช้มาตรการเดียวกับร้านอาหารทั่วไป (ตามข้อ1)

ทั้งนี้สถานที่มีความเสี่ยงสูงในการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19  เช่น สถานบันเทิง ผับ บาร์  ทาง กทม.ระบุว่าได้ต่ออายุสั่งปิดสถานบริการทั้งหมดจนถึงวันที่ 31 พ.ค.นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการที่รัฐบาลประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึงสิ้นเดือนหน้า

 

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ