1.มีพื้นที่เต้นรำ
2.มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นให้บริการ
3.สถานอาบน้ำ นวด หรือ อบตัว ที่มีลูกค้าใช้บริการ
4.มีการจัดแสดงดนตรี หรือการจัดแสดงอย่างอื่นเพื่อความบันเทิง
ทั้งนี้ ร้านอาหารที่จำหน่ายสุราส่วนใหญ่ที่เปิดรอบมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทยเข้าข่ายลักษณะ 3 ข้อคือ 1, 2 และ 4 ซึ่งจะต้องขอใบอนุญาตเป็นสถานบันเทิงจากกรมการปกครองท้องถิ่น (มหาดไทย)
ส่วนการขออนุญาตเปิดกิจการเป็นร้านอาหาร บัญญัติไว้ชัดเจนว่าการขออนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 มาตรา 4 สถานที่จำหน่ายอาหาร สถานที่ใดๆ ที่มิใช่ที่หรือทางสาธารณะ มีการปรุงประกอบอาหารและมีการจำหน่ายอาหาร ซึ่งผู้ซื้อสามารถใช้บริโภคได้ทันที ทั้งนี้ไม่ว่าจะจัดให้มีที่รับประทานหรือไม่ก็ตาม
เหตุผลที่ "ร้านเหล้า" รอบๆ มหาวิทยาลัยเลี่ยงการจดทะเบียนเป็นสถานบันเทิงและจดทะเบียนเป็นร้านอาหารแทนนั้นน่าจะมาจากเพราะกฎเกณฑ์การควบคุมที่เข้มงวดต่างกันมาก
| สถานบันเทิง | ร้านอาหาร |
| 1. ห้ามอยู่ใกล้สถานศึกษา วัด โรงพยาบาล หอพัก (มาตรา 7) 2. ปิดภายในเวลา 02.00 น. 3. ถูกตรวจสอบในฐานะสถานบันเทิง | 1. เปิดได้ตลอดเวลา 2. จำหน่ายสุราได้เวลา 10.00 - 12.00 และ 17.00 - 00.00 |
วิธีการที่ผู้ประกอบการใช้ในการจดทะเบียน "ร้านเหล้า" ให้เป็น "ร้านอาหาร" ได้แก่
- ขอใบอนุญาตขายอาหาร จากกองทะเบียนการค้า
- ขอใบอนุญาตขายสุรา กับกรมสรรพสามิต
ทำให้สุดท้ายสามารถจำหน่ายสุรา อาหาร และมีดนตรี โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันจากนายคำรณ ชูเดชา ที่ปรึกษาเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ว่าร้านจำหน่ายสุรารอบมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทยเลี่ยงกฎหมายไปขอใบอนุญาตร้านอาหารแทน
ทั้งหมดนี้นำกลับไปสู่คำถามว่าขั้นตอนการออกใบอนุญาตของรัฐว่าละเลยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และที่สำคัญคือเพราะอะไรสถานบันเทิงหลายแห่งที่ดำเนินกิจการผิดวัตถุประสงค์ที่ขอใบอนุญาตไว้อย่างชัดเจนและยังเปิดทำการได้ไม่ถูกภาครัฐดำเนินการใดๆ