ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเกิดโมเดล “ตู้ปันสุข” หรือ Food Sharing / Free Pantry ในต่างประเทศ เป็น New Normal ที่นำอาหารหรือสิ่งของจำเป้นมาใส่ตู้ไว้ แล้วให้ผู้ที่เดือดร้อนในช่วงโควิด-19 สามารถมาหยิบอาหารที่จำเป็นไปได้อย่างอิสระ ส่วนผู้ที่มีกำลังทรัพย์สิ่งของเหลือใช้ก็สามารถนำของมาใส่ไว้ในตู้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้ช่นกัน
อัปเดตข่าวล่าสุด โควิด-19 (Covid-19) ในวงการฟุตบอล วันที่ 13 พ.ค. 63
อย่างไรก็ตาม ตู้ปันสุขในไทยกำลังมีประเด็นดราม่า เพราะมีคนบางกลุ่มไม่รู้จักพอและแบ่งปัน กวาดเอาอาหารและสิ่งของในตู้ไปจนหมดเกลี้ยง สร้างความลำบากให้กับผู้ที่กำลังประสบกับความเดือดร้อนจริง ๆ อีกหลายชีวิต
ผู้ใจบุญวอนหยิบของใน "ตู้ปันสุข" แต่พอดี
นั่นทำให้บางประเทศอาจไม่ได้มีการตั้งตู้แบ่งปันอาหารและสิ่งของขึ้นมา แต่จัดทำเป็นลักษณะของธนาคารอาหาร เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา สิงคโปร์ โดยให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือคนอื่นบริจาคเงิน อาหาร และสิ่งของ มาที่ธนาคารอาหาร แล้วธนาคารเป็นผู้แจกจ่าย หรือให้ผู้ที่ขาดแคลนเดินทางมารับของ ซึ่ง “โมเดลธนาคารอาหาร” จะมีการจัดระเบียบการแจกของเข้ามาควบคุมมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ New Normal การแบ่งปันในเมืองไทย
เปิดต้นฉบับ “ตู้ปันสุข” New Normal การแบ่งปันช่วงโควิด-19
“ธนาคารอาหาร (Food Bank)” เป็นแนวคิดแบบองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่รวบรวมและแจกจ่ายอาหารให้กับองค์กรการกุศลต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความหิวของประชากร ธนาคารอาหารทำหน้าที่เป็นคลังเก็บอาหารและคลังกระจายสินค้าให้แก่หน่วยงานแนวหน้าขนาดเล็ก หรือองค์กรการกุศลต่าง ๆ และมักจะไม่ให้อาหารแก่คนที่กำลังหิวโหยโดยตรง
หลายประเทศมีธนาคารอาหารอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ระบาด โดยเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำ และเป็นเหมือนกระเพาะสำรองของประชาชนในกรณีที่เกิดวิกฤตในประเทศ อาทิ ภัยพิบัติต่าง ๆ
แหล่งที่มาของอาหารในธนาคารอาหารประกอบไปด้วย
- อาหารจากภาครัฐ คือการดำเนินนโยบายของภาครัฐที่ผลิตหรือรับซื้ออาหารต่าง ๆ มาเก็บไว้ในธนาคารอาหารเพื่อแจกจ่ายในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น แจกให้คนไร้บ้าน แจกให้โรงเรียนในโครงการอาหารกลางวัน หรือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เช่น สถานการณ์โควิด-19
- การบริจาคจากเอกชนรายใหญ่จำนวนมาก มักเป็นการบริจาคจากผู้ผลิตอาหาร ผู้ค้าปลีก และผู้เพาะปลูกผลผลิตต่าง ๆ
- การบริจาคอื่น ๆ จากธุรกิจเล็ก ๆ ในท้องถิ่น องค์กรการกุศล ธนาคารอาหารแห่งอื่น รวมถึงประชาชนทั่วไป
ธนาคารอาหารอาจมีวิธีแจกจ่ายแตกต่างกันไป แต่โดยปกติแล้วพวกเขามีเจ้าหน้าที่คอยแพ็กอาหารเป็นชุด ๆ แล้วขับรถนำอาหารไปส่งมอบให้กับองค์กรต่าง ๆ
ชุดอาหารก็มีหลากประเภทเช่นกัน เช่น ถุงยังชีพและกล่องอาหารฉุกเฉินสำหรับ 1 ครอบครัว อาหารสำหรับ 5 วัน อาหารสำหรับ 2 สัปดาห์ อาหารสำหรับเด็ก เป็นต้น
ธนาคารอาหารจะมีบุคลากรหลายฝ่ายคอยดำเนินงาน คล้ายกับธุรกิจการจัดส่งสินค้า คือ มีนักบัญชีคอยบันทึกรายการอาหารที่เข้าออก มีแผนกดูแลคลังสินค้าตรวจสอบความเรียบร้อยของอาหาร มีพนักงานขับรถ ฝ่ายซ่อมบำรุง เป็นต้น
นอกจากนี้ธนาคารอาหารแต่ละแห่งจะกำหนดจำนวนอาหารที่จะแจกจ่ายหรือนำไปมอบ เพื่อให้ผู้ที่ขาดแคลนทุกคนอิ่มท้องเท่าเทียมกัน รวมถึงผู้ที่จะได้รับอาหารจะต้องมีหลักฐานหรือหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ที่ขาดรายได้ ตกงาน หรือเป็นคนไร้บ้าน เพื่อป้องกันการฉวยโอกาส
เจ้าของบ้านเลิกตั้ง “ตู้ปันสุข” หวั่นความปลอดภัย หลังถูกตะโกนด่าหน้าบ้าน
แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการอาหารจากธนาคารอาหารเพิ่มมากขึ้น เพราะมีประชากรจำนวนมากตกงาน หรือถูกลดเงินเดือน รวมถึงการปิดร้านอาหารในบางพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานของธนาคารอาหารบางส่วนด้วย
ในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดนี้ ธนาคารอาหารบางแห่งก็มีการปรับรูปแบบ ให้ผู้ที่ขาดแคลนอาหาร หรือได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 เดินทางมาเข้าคิวรับอาหารได้ด้วยตัวเอง
สำหรับประเทศไทยเอง ก็มีการจัดทำธนาคารอาหารในบางชุมชน เช่น ชาวบ้านลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้เปลี่ยนที่ดินว่างเปล่ามาใช้เป็นแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อเป็นธนาคารอาหาร สำรองอาหารให้กับหมู่บ้านในช่วงกักตัวปิดหมู่บ้านต้านภัยโควิด-19
การมีธนาคารอาหาร จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับคนในพื้นที่ ซึ่งหากในอนาคตมีการขยับขยาย ก็อาจมีการสร้างธนาคารอาหารในทุกจังหวัด เพื่อที่ว่าเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินอย่างโควิด-19 ในอนาคต ประชาชนจะยังคงมีอาหารและไม่ต้องอดตาย
ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวในไลฟ์เฟซบุ๊กเพจ พรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ในหัวข้อ “พิธา x ธนาธร : ลมหายใจ SMEs ไทยในวิกฤตโควิด-19” บางช่วงบางตอนว่า “ส่วนเรื่องสิทธิอาหารเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ปรากฏในช่วงวิกฤตครั้งนี้ ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยซึ่งเป็นครัวของโลก แต่มีคนฆ่าตัวตายเพราะไม่มีข้าวกิน ขณะที่อีกด้าน ผลไม้ ส้ม มะม่วง หรือผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์ เช่น นม เกษตรกรต้องเอาไปเททิ้งเพราะไม่มีผู้รับซื้อ ซึ่งคำถามคือ ทำไมรัฐบาลไม่ไปรับซื้อสินค้าเกษตรที่ส่งออกไม่ได้นี้ทั้งหมดเลย นำมาทำเป็นธนาคารอาหาร แล้วมากระจายอาหารให้กับคนที่เขาไม่มีจะกิน ใช้งบประมาณครั้งเดียวแต่ได้ประโยชน์ 2 เด้ง เงินก้อนเดียวกันนี้ ช่วยผู้เดือดร้อนได้ 2 ฝ่าย”
การสร้างระบบธนาคารอาหารดูแล้วจึงไม่ได้มีประโยชน์แค่ในช่วงโควิด-19 เท่านั้น แต่ในระยะยาว ยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ และเป็นทางหนึ่งในการดุแลปากท้องความอยู่ดีกินดีของคนในประเทศ จึงมีความเป็นไปได้สูงเช่นกันว่า ในอนาคตแม้โควิด-19 หมดไป ระบบธนาคารอาหารในบางพื้นที่ที่ได้ริเริ่มไปแล้วก็จะยังคงอยู่ กลายเป็น New Normal ช่วยเหลือคนในพื้นที่ต่อไป
แน่นอนว่าหากประเทศไทยมีธนาคารอาหารในระดับที่ใหญ่เท่าต่างประเทศ ความมั่นคงในชีวิตของคนไทยก็จะเพิ่มอีกเช่นกัน เป็น New Normal ถึง 2 ด้าน
ด้านการแบ่งปัน เพราะคนไทยมีลักษณะเป็นผู้มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมื่อมีโอกาสช่วยเหลือก็น่าจะเกิดการอาหารหรือทรัพย์ให้กับธนาคารอาหาร เพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้อื่นทั้งในยามปกติและในเวลาฉุกเฉิน เป็นการแบ่งปันรูปแบบใหม่ที่อาจจะเหมาะกับคนไทย เพราะทุกคนจะได้อาหารเท่า ๆ กัน ไม่เกิดการแก่งแย่งหรือเห็นแก่ตัว
อีกด้านคือ New Normal ด้านคุณภาพชีวิต เพราะตราบใดที่ยังมีกิน ไม่มีปัญหาปากท้อง โอกาสที่เกิดการฆ่าตัวตายหรือจี้ปล้นเพราะไม่มีกินก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย
ส่องแนวคิดการออกแบบพื้นที่ “ New Normal ร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย”
แต่ทั้งนี้ ระบบธนาคารอาหารในหลายพื้นที่ เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เริ่มเกิดปัญหา เนื่องจากความต้องการอาหารและสิ่งของจำเป็นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง จากการที่ประชาชนต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์สกัดโควิด-19 เป็นเวลานานจนขาดรายได้ รวมถึงแถวต่อคิวที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้เกิดความกังวลว่าจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทางหนึ่ง
ดังนั้นหากไทยจะทำธนาคารอาหารขึ้นมาอย่างจริงจังเป็น New Normal ใหม่ ก็คงต้องมีการวางแผนการดำเนินงานที่รัดกุม ครอบคลุมข้อปฏิบัติของสาธารณสุข ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า เป็นการแจกอาหารที่ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมไป
การแบ่งปัน อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่รูปแบบการปันน้ำใจกันในช่วงวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นตู้อาหาร หรือธนาคารอาหาร ก็ล้วนเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะมาตั้งอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในเมือง และแม้หลังวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไป ตู้เหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่จะคงอยู่ มอบความสุขและความหวังให้ผู้ที่ขาดแคลน (ซึ่งเราต่างรู้ว่ามีอยู่แทบทุกที่ในสังคมไทย) ต่อไป เป็น New Normal การแบ่งปัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น New Normal ใหม่ด้านการแบ่งปันทั้งตู้ปันสุขและธนาคารอาหาร จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อ “เราเป็นผู้รับแต่พอดี เป็นผู้ให้บ้างในยามที่มี และคำนึงถึงคนที่ลำบากเหมือนกับเรา”
ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจมีตู้ปันสุขที่อัดแน่นไปด้วยอาหารและสิ่งของ ตั้งอยู่ทุกมุมเมือง หรือมีธนาคารอาหาร ที่คอยทำให้เราอิ่มท้องอยู่ในทุกพื้นที่เลยก็เป็นได้
ซูเปอร์โพล สำรวจ New Normal พฤติกรรมคนหลัง โควิด-19
เรียบเรียงจาก Feeding America, Food Bank NYC, Reuters