เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพถ่ายระหว่างทำพิธีหมั้น ที่ฝ่ายชาย คือ นายธีระพงษ์ แต้มทอง อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ กำลังสวมสร้อยคอทองคำให้กับว่าที่เจ้าสาว ซึ่งเป็นชาวอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ แต่สุดท้ายหญิงสาวคนนี้กลับหลบหนีไป นายธีระพงษ์ จึงเข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามตัว
นายธีระพงษ์ เล่าว่า หญิงสาวคนดังกล่าว ชื่อ นางภัคฐิชา ทองทวี รู้จักกันระหว่างไปเที่ยวร้านคาราโอเกะ ริมถนนสายสุรินทร์ - ศรีขรภูมิ ซึ่งตอนแรกฝ่ายหญิงบอกว่าอายุ 35 ปี ทั้งที่ความจริงอายุ 43 ปีแล้ว โดยฝ่ายหญิงทำงานเป็นสาวเสิร์ฟในร้านคาราโอเกะดังกล่าว เห็นครั้งแรกก็เกิดชอบพอกันเลย จึงเริ่มคบหาโทรศัพท์พูดคุยเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งฝ่ายหญิงก็บอกว่า เพิ่งเลิกกับแฟนเก่า อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ หากจะรักกันให้มาหมั้นหมายไว้ ทางนายธีระพงษ์ จึงไปบอกพ่อแม่ยกขันหมากมาสู่ขอ โดยมีสินสอดเงินสด 30,000 บาท และทองคำหนัก 1 บาท
หลังจากนั้น ฝ่ายหญิงก็บอกว่าจะไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร แต่ก็ยังส่งไลน์มาขอเงินบ่อย ๆ ล่าสุดก็ยังขอเงินไป 40,000 บาท อ้างว่าจะนำไปลงทุนค้าขาย และทำประกันรถยนต์ แต่ระยะหลังเริ่มติดต่อไม่ได้ โทรศัพท์ไปก็ไม่รับ ส่งไลน์ไปก็ไม่ตอบ สุดท้ายฝ่ายหญิงก็ส่งไลน์มาบอกว่ากลับไปอยู่กินกับสามีเก่าแล้ว จึงรู้ว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความ เพื่อนำเงินสินสอดคืน เพราะทางครอบครัวก็ลำบากเหมือนกัน
ด้านตำรวจได้ออกหมายเรียก นางภัคฐิชา เพื่อเข้ามาพูดคุยตกลงกับ นายธีระพงษ์ ว่าได้หลอกให้หมั้นหมายหรือไม่ ถ้าไม่ได้มีสามีก็จะตกลงพูดคุยกันและจ่ายค่าสินค้าคืน แต่หากฝ่ายหญิงมีสามีแล้วจริง ก็จะเข้าข่ายฉ้อโกง ซึ่งต้องดำเนินคดีตามกฎมาย