การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ ทำให้ผู้คนตื่นเต้นมากที่จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อีกครั้ง รวมถึงตัวสายการบินเองก็ต้องการให้คนซื้อตั๋วไปต่างประเทศ เพราะสูญรายได้ไปมหาศาลในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ไม่สามารถนำเครื่องขึ้นบินได้
หนึ่งในสายการบินที่กระตือรือร้นเป็นพิเศษ คือสายการบินยูโรวิงส์ (Eurowings) สายการบินราคาประหยัดสัญชาติเยอรมนี
เมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค. 63) ที่ผ่านมา ยูโรวิงส์เริ่มกลับมาให้บริการเที่ยวบินระหว่างเยอรมนี-ดึสเซลดอร์ฟ (Düsseldorf) ไปยังอิตาลี-ซาร์ดิเนีย (Sardinia) แต่ต้องเดินทางกลับ เพราะสนามบินโอลเบีย (Olbia Airport) ซึ่งเป็นสนามบินปลายทางยังคงปิดอยู่
เที่ยวบิน EW9844 ออกเดินทางจากสนามบินดึสเซลดอร์ฟไปยังสนามบินโอลเบียแคว้นปกครองตนเองซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี เป็นระยะทางกว่า 1,170 กิโลเมตร และไปถึงน่านฟ้าซาร์ดิเนียแล้ว เมื่อได้รับแจ้งจากฝ่ายควบคุมการจราจรทางอากาศว่า “สนามบินไม่เปิดให้เที่ยวบินพาณิชย์ลงจอด”
เครื่องบินแอร์บัส A320 ของเที่ยวบินนี้ลอยค้างอยู่ในอากาศ โดยหวังว่าจะได้รับการอนุญาตให้ลงจอด แต่ที่สุดแล้วก็ไม่สามารถลงจอดได้
New normal เวนิส อิตาลี ยกเครื่องการท่องเที่ยวหลังโควิด-19
มีข้อเสนอให้เครื่องบินเปลี่ยนไปลงจอดที่สนามบินคัลยารี (Cagliari) ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 190 กิโลเมตร แต่ลูกเรือเลือกที่จะลดความสูญเสียและบินกลับไปที่ดึสเซลดอร์ฟแทน
เที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารชาวซาร์ดิเนีย 2 คน และใช้เวลาเดินทางไปกลับทั้งหมดถึง 4 ชั่วโมง 10 นาที โดยที่ไม่ได้ลงจอดที่ปลายทาง
โฆษกสายการบินยูโรวิงส์เปิดเผยว่า “ท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด-19 สถานการณ์ที่สนามบินหลายแห่งในยุโรปนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมาก ข้อมูลเวลาทำการหรือการปิดสนามบินมักมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน และบางครั้งมีการเปลี่ยนแปลงกฎการเข้าประเทศต่างกันไปในแต่ละวัน”
ส่วนสนามบินโอลเบียจะยังคงปิดให้บริการจนถึงวันที่ 2 มิถุนายนเป็นอย่างน้อย โฆษกของยูโรวิงส์โทษว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็น “ความเข้าใจผิดของการรวบรวมข้อมูลเที่ยวบินที่เกี่ยวข้อง”
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้โดยสารทั้ง 2 คนต้องจองเที่ยวบินใหม่
อิตาลี เตรียมเปิดพรมแดน 3 มิ.ย.นี้
เรียบเรียงจาก CNN