ตลอดระยะเวลา 8 ปี ของการเป็นพนักงานต้อนรับ แมนได้รับเงินเดือนตามมาตรฐานประมาณ 15,000 บาท อาจมีบ้างที่ได้ทริป เป็นรายได้เพิ่มเข้ามา แต่เมื่อมรสุม โควิด-19 มาถึงตัว สุดท้ายเขาก็ต้องตัดสินใจ “เปลี่ยนอาชีพ”
จากพนักงานโรงแรม สู่ Food Delivery ไม่ได้ปรึกษาใคร ไม่ได้ถามใคร รู้แต่ว่าสถานการณ์มันบีบก็ต้องทำ
“ผมเคยคิดนะว่าตอนทำงาน ผมไม่รู้ว่า ผมออกจากที่ทำงานจะทำอะไรได้บ้าง จะไปสมัครที่อื่น เริ่มต้นใหม่อย่างไร แต่พอสถานการณ์มันบีบ ต้องทำครับ”
ในทุกๆ วัน ตอนเช้า งานแรกที่แมนกดรับคือเวลา 10.00 น. วิ่งรับออเดอร์ย่านอ่อนนุช จนราวๆ บ่ายโมง ออเดอร์เริ่มซาลง และจะเข้ามาจำนวนมากอีกครั้งคือ 16.00-18.00 น. แต่แมนก็ยังคงรับงานต่อไปจน 22.00 น. ระบบถึงปิด
เมื่อถามว่ารายได้ดีกว่าตอนเป็นพนักงานโรงแรมหรือไม่...แมนยอมรับว่า “ยิ่งเหนื่อยมาก ก็ยิ่งได้มาก”
โรงแรมทยอยปิดกิจการ “เหตุขาดทุนสะสม - ผลกระทบโควิด-19”
“ ตอนที่ทำงานโรงแรม สมมติเดือนหนึ่งมีเงินเดือน 15,000 บาท ทั้งเดือนยิ่งมีงานเยอะเท่าไหร่ พอสิ้นเดือนจะได้ 1,5000 ไม่มีอะไรเพิ่มเติม แต่พอมาขับแบบนี้อยากได้เท่าไหร่ก็วิ่งเอาเท่านั้น มันสามารถกำหนดยอดที่เราต้องการได้ หนึ่งเดือนเราต้องการยอดต่อวันเท่าไหร่ หรือต้องการถึงสิ้นเดือนต้องการเงินเท่าไหร่ ก็สามารถทำได้ ยิ่งคุณเหนื่อยมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งทำได้ ”
ในแต่ละวันแมนตั้งเป้าไว้ว่าต้องได้รายได้จากการรับส่งออเดอร์อย่างน้อย 700 บาทต่อวัน สูงสุดที่ทำได้คือ 1,200 บาท แม้ว่าเงินส่วนหนึ่งของรายได้แมนจะต้องนำไปผ่อนรถยนต์ และ มอเตอร์ไซค์ แต่เป้าหมายอีกอย่างคือ “เปิดร้านขายยำ” กับแฟนซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับอีกโรงแรมหนึ่งและก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน
เขาเลือก Food Delivery ส่วนแฟนเลือกขายยำ พัฒนาสูตรเองจนได้รสชาติที่พอใจ จนเริ่มเปิดเพจขายและเริ่มมีลูกค้าประจำ ชื่อว่า ร้านยำมะม่วงปากแตก by K.Joy
ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับไปทำงาน “โรงแรมอีก?”
GEN Z กำลังได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 มากที่สุด
คำถามนี้ทำให้ แมน ลังเล ก่อนตอบว่า
“ เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ก็ยังคิดอยู่ว่าจะกลับไปทำโรงแรมหรือเปล่า อาจจะกลับทำสักเดือนหนึ่ง แล้วออกมาทำแบบนี้ดีกว่า พอมาทำแล้วโอเค ทำได้สนุกดี ไม่ได้เหนื่อยอย่างที่คิด เห็นยอดเงินแล้วหายเหนื่อย ”
โควิด-19 ยังอยู่ ก็ต้องสู้ต่อไป ...แมนคือหนึ่งคนที่ต้องหาทางออกให้กับชีวิต ในวันที่ “สถานการณ์” มันบีบให้ต้องสู้