ตรวจสอบจุด เกิดเหตุเป็นบริเวณท่าน้ำ ในตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมืองสตูล ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นท่าเรือแพหลวง สำหรับเดินทางไปยังเกาะสาหร่าย มีเรือประมงจอดเรียงรายอยู่จำนวนมาก โดยเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ คือ เด็กชายอารอฟัต ลิ้มอภิชาติกุล อายุ 12 ปี ถูกกัดบริเวณเท้าซ้ายมีบาดแผลเหวอะหวะ แพทย์ต้องเย็บบาดแผลถึง 48 เข็ม
เด็กชายอารอฟัต เล่าว่า ระหว่างเล่นกับเพื่อนอีก 2 คน โดยนั่งอยู่บนเรือแล้วเอาขาห้อยแช่ลงไปในคลองเจ๊ะบิลัง มีเพื่อนคนหนึ่งสังเกตเห็นเงาปลาตัวใหญ่สีดำมีครีบด้านบน ใต้ท้องสีขาว แล้วบอกให้ยกขาขึ้น เพราะไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ แต่พอยกขาขึ้นปรากฏว่าที่เท้าซ้ายมีบาดแผลเหวอะหวะ และเลือดออกมาก จึงช่วยกันแบกเพื่อนขึ้นหลังพาไปโรงพยาบาล
ล่าสุด นายเฉลิม อำมาตี รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเจ๊ะบิลัง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาบริเวณคลองเจ๊ะบิลัง ไม่เคยพบฉลามหรือจระเข้มาก่อน แต่จากบาดลักษณะบาดแผลก็คล้ายฉลามกัด เบื้องต้นได้สั่งห้ามเด็กทุกคนลงเล่นน้ำในระยะนี้ พร้อมแจ้งทางทหาร ประมงและผู้เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
จากบาดแผลมีรอยเป็นฟัน 3 เหลี่ยม คิดว่าเป็นฉลามครับ แต่ขนาดไม่ใหญ่มาก พื้นที่แถวนั้นเป็นหาดเลนและป่าเลน น้ำขุ่น ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว แต่เด็กๆ อาจมาเล่นกัน บางทีแถวปากน้ำอาจฉลามเข้ามาหากิน หากให้ระบุชนิด อาจเป็นลูกฉลามหัวบาตร (bull shark) เพราะชอบเข้าน้ำกร่อย/ปากแม่น้ำ แต่อาจมีสิทธิเป็นชนิดอื่น
ข่าวฉลามกัดคนส่วนใหญ่ลักษณะคล้ายกัน ฉลามขนาดไม่ใหญ่ กัดที่เท้า และไม่ได้ตั้งใจล่า แต่เป็นการเข้าใจผิด เมื่องับแล้วรู้ว่าไม่ใช่เหยื่อก็ว่ายหนีไป ข้อควรระวังคงทำยาก แต่แนะนำว่าไม่ควรเล่นน้ำกลางคืนหรือโพล้เพล้ ระวังอย่าเล่นช่วงน้ำขึ้น ช่วงนี้ระวังไว้นิด แต่เท่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีข่าวว่าฉลามกัดซ้ำที่เดิม ก็คงระวังกันไว้หน่อย แต่ไม่ต้องล่าพวกเขา เพราะเขาไม่ตั้งใจ