เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์กว่า 18,000 คน รวมตัวในกรุงปารีสแสดงจุดยืนเรียกร้องขอขึ้นค่าแรง สวัสดิการและทรัพยากรในการทำงานจากรัฐบาล โดยสถานการณ์ส่วนใหญ่ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย ก่อนจะลุกลามจนกลายเป็นเหตุรุนแรง หลังกลุ่มผู้ประท้วงราว 300 คน ก่อจลาจล ผลักรถยนต์ที่จอดอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจนพลิกคว่ำ
ตำรวจปราบจลาจลฝรั่งเศสเปิดฉากยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ที่ขว้างก้อนหินและประทัดเข้าใส่เป็นการตอบโต้ ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 19 คน และมีผู้ถูกจับกุมตัวไปสอบสวนกว่า 30 คน พร้อมระบุด้วยว่า เหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้น เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ประท้วงขวาจัดนิยมความรุนแรงที่รู้จักกันในชื่อว่า กลุ่ม “แบล็ก บล็อกส์” (Black Blocs)
นอกเหนือจากการประท้วงในกรุงปารีสแล้ว ยังมีรายงานการเคลื่อนไหวลักษณะเดียวกันในอีกหลายเมืองของฝรั่งเศส บรรดาแพทย์และพยาบาล พร้อมใจกันถือธงชาติเดินขบวนไปตามท้องถนน เพื่อกดดันรัฐบาลให้ขึ้นเงินเดือนและปรับปรุงสภาพการทำงานให้ดีขึ้นด้วย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประกาศจ่ายเงินโบนัสให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงโควิด-19 แต่สหภาพแรงงานมองว่า สถานการณ์โรคระบาดดังกล่าว ส่งผลให้ระบบของประเทศอ่อนแอลงและต้องการให้รัฐบาลลงทุนครั้งสำคัญในภาคสาธารณสุข
ทั้งนี้ ฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รุนแรงสุดในยุโรป โดยยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่เกือบ 2 แสนคน เสียชีวิตเกือบ 3 หมื่นคนแล้ว