เมี่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตากว่า ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด ร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด ได้จับยึดอาวุธสงครามในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ตาว อ.แม่สอด โดยตรวจยึดอาวุธปืนกลขนาด.62 จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืนเอ็ม.16 จำนวน 4 กระบอก อาวุธปืนเอ็ม.79 จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืนอาก้า-47 จำนวน 13 กระบอก อาวุธปืนเล็กยาว 10 กระบอก และอาวุธปืนอื่นๆ รวมทั้งหมด 33 กระบอก นอกจากนี้ยังมีระเบิด จำนวน 2 ลูก พร้อมด้วยพานท้ายปืน และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง กับชุดเครื่องมือควบ และลูกเลื่อนปืน 33ชุด
ข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชาย 2 คน เป็นคนไทย ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ โดยนำตัวไปที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน และจะนำไปยังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด เพื่อทำการสอบสวนขยายผล
เจ้าหน้าที่ได้ติดตาม ตรวจสอบอาวุธปืนล็อตนี้มานาน และเมื่อตรวจสอบข้อมูลชัดเจนแล้วจึงเข้าจับกุมทันที ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นอาวุธของชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากพื้นที่จับกุมใกล้พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา
ล่าสุดพลตรีอุกฤษฎ์ นุตคำแหง ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร และพล.ต.ต.นพพล ชาติวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 รุดเดินทางไปตรวจสอบอาวุธปืนชุดนี้แล้ว
ด้านทางการจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา เมื่อทราบว่า ทางฝ่ายไทย มีการจับอาวุธสงคราม หน่วยงานความมั่นคงฝั่งเมียนมาได้เข้มงวดกวดขันในพื้นที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามอ.แม่สอด จังหวัดตากมากขึ้น
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวแห่งชาติ(รองโฆษกตร.) กล่าวว่า พ.ต.อ.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา สั่งการสืบสวนสอบสวนขยายผล ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่า ถูกตระเตรียมการไว้ใช้ในการเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ทางการเมือง เนื่องจาก สอดคล้องกับข้อมูลทางการข่าวของฝ่ายความมั่นคง ที่รายงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่เตรียมฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวายทางการเมือง แต่ไม่ยืนยันว่า กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายใด โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในพื้นที่
รองโฆษกตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ 10 จังหวัดเสี่ยง ประกอบด้วย ขอนแก่น แพร่ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ อุบลราชธานี มหาสารคาม ระยอง สุรินทร์ และสกลนคร เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 24 มิถุนายน เนื่องจาก อาจจะมีการนัดชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ในวันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและมีความเป็นห่วงเยาวชน นักศึกษา อาจถูกชักจูงด้วยข้อมูลที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา พบว่าแกนนำหรือกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง อาจจะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งหากพบการกระทำผิดที่ชัดเจน ก็มีการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
"ขอฝากประชาสัมพันธ์กลุ่มคนที่จัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นสิทธิที่สามารถทำได้หากกระทำภายใต้กรอบกฎหมาย โดยขอให้คำนึงถึงในภาพรวมอย่าไปริดรอน หรือกระทบสิทธิของผู้อื่น ไม่ฝ่าฝืน ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง หรือสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการรวมตัว หรือชุมนุมทำกิจกรรมใดๆ เพื่อเป็นการลดโอกาสในการเเพร่เชื้อโรค อีกทั้งการทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดตามประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่อง การห้ามชุมนุมการทำกิจกรรม การมั่วสุม ลงวันที่ 3 เม.ย.63 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่กิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับทั้งนี้หากประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติ เหตุด่วน เหตุร้าย สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชม. ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.(มค) , พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงไปกำกับดูแลความสงบเรียบร้อย และเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวเเล้ว" รองโฆษกตร.กล่าว