บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนที่ดิน 100 ตารางวา หากสร้างเสร็จ จะมีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และพื้นที่ใช้สอยครบถ้วน รวม 400 ตารางเมตรในราคา 13 ล้านบาท โดยตามกำหนดจะต้องพร้อมเข้าอยู่ตั้งแต่ปี 2558 แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังสร้างไม่เสร็จ ทั้งที่เจ้าของจ่ายเงินไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์
เจ้าของบ้านหลังนี้เป็นชาวฝรั่งเศส เขาตกลงว่าจ้าง ชายชาวฝรั่งเศษด้วยกันที่อ้างตัวเป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร โดยใช้นิติบุคคลไทยเป็นนอมินีสร้างบ้านให้ น่าแปลกใจว่า การตกลงซื้อขายหรือสร้างบ้าน ไม่มีเอกสารสัญญาใดๆ มีเพียงหลักฐานการสนทนาผ่านอีเมล์ และหลักฐานการโอนเงิน ซึ่งเขาไปแล้วทั้งหมด 5 งวด เป็นเงิน 12 ล้านบาท
ความเสียหายในเรื่องนี้ ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ หลังพบผู้เสียหายที่ถูกชายชาวต่างชาติคนเดียวกัน หลอกขายบ้านลักษณะคล้ายกันถึง 18 คน มูลค่าความเสียหาย 240 ล้านบาท เบื้องต้นพบว่า พฤติการณ์ของชาวต่างชาติร่วมมือกับคนไทยในลักษณะนอมินี เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อทำสัญญากับโครงการ มักปรากฏความเสียหายขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น ก่อสร้างไม่เสร็จตามสัญญา ไม่สามารถส่งมอบบ้านได้ตามกำหนด และยังพบด้วยว่าโครงการบ้านจัดสรรไม่ได้ขออนุญาตจัดสรร และก่อสร้างตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถขอเลขที่บ้านได้ กระทบถึงการขออนุญาตใช้น้ำประปาและไฟฟ้า ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้อง
โครงการบ้านจัดสรรของมิจฉาชีพกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของโครงการ โดยให้นิติบุคคลไทยเป็นนอมินี จำนวน 5 โครงการ ทั้งหมดจดทะเบียนประกอบกิจการเป็นนิติบุคคล ลักษณะนี้เข้าข่ายความผิด ฐานเป็นการกระทำของคนต่างด้าว ที่ให้นิติบุคคลไทยเป็นนอมินีประกอบธุรกิจต้องห้ามของคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ยังไม่นับรวมความผิดฐานฉ้อโกงอื่นๆ