บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ผู้ได้รับสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก สัมปทาน 50 ปี โดยมี บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมลงทุน โดยเสนอผลประโยชน์ ด้านการเงินแก่รัฐ 305,555 ล้านบาท ได้แถลงข่าวร่วมกันหลังจากได้มีการลงนามสัญญากับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563
นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่ปรึกษาประธานคณะผู้บริหาร บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป้าหมายโครงการคือพัฒนาให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3 ของกรุงเทพฯ เป็นศูนย์อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการบินของอีอีซี และเป็นศูนย์กลางของเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งที่ตั้งของสนามบินอู่ตะเภาเป็นจุดที่ได้เปรียบ ในการเชื่อมโยงและรองรับการเดินทาง จากภาคอีสานตอนล่างและภาคตะวันออก ทั้งทางบก ทางน้ำ ส่วนทางอากาศ และเชื่อมต่อกับต่างประเทศ ได้สะดวกและเร็วกว่า เข้าไปยังสุวรรณภูมิและดอนเมือง
ขณะที่ บริษัท การบินกรุงเทพ มีประสบการณ์ด้านการบินมากว่า 50 ปี เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารสนามบินในประเทศ 3 แห่ง (สมุย สุโขทัย ตราด) ซึ่งที่ผ่านมา การทำสนามบินโดยเอกชนมีความยากลำบาก แต่โครงการนี้ภาครัฐสนับสนุน ดังนั้นเอกชนดูเรื่องการบริหารและการเงิน จึงเชื่อว่า ความเชี่ยวชาญแต่ละด้านของผู้ร่วมทุนจะทำให้โครงการประสบความสำเร็จแน่นอน
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ย้ำว่า มีความเชื่อมั่นในพันธมิตร ดังนั้นจึงมั่นใจว่า ผลตอบแทนให้รัฐวงเงินกว่า 3 แสนล้านบาท เป็นราคาที่ถูกต้องแน่นอน
ขณะที่ นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินที่ใช้ในการลงทุนโครงการ นอกจากเงินกู้สถาบันการเงินแล้ว การระดมทุนรูปแบบอื่นในอนาคตทั้งการนำบริษัทร่วมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) ก็อยู่ในแผน ส่วนความกังวลที่หลายฝ่ายมองว่าวิกฤติโควิดจะส่งผลกระทบต่อโครงการหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่กระทบ เพราะการดำเนินการต้องใช้เวลานาน ถึงเวลานั้นโควิด-19 อาจจบไปแล้ว
ทั้งนี้ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ได้จัดทำแผนการพัฒนาโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ใช้งบ 186,566 ล้านบาท ในจำนวนนี้รวมงบซ่อมบำรุงตลอดสัญญา 50 ปี 61,849 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย
ระยะที่ 1 มีอาคารผู้โดยสารขนาดพื้นที่กว่า 157,000 ตารางเมตร พื้นที่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ อาคารจอดรถ ศูนย์ขนส่งภาคพื้นดิน และหลุมจอดอากาศยาน 60 หลุมจอด คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี พ.ศ. 2567 สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 15.9 ล้านคนต่อปี
ระยะที่ 2 อาคารผู้โดยสารมีพื้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 107,000 ตารางเมตร พร้อมทั้งติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) และระบบทางเดินเลื่อน รวมทั้งเพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 16 หลุมจอด คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี พ.ศ.2573 โดยประมาณการว่า จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด30 ล้านคนต่อปี
ระยะที่ 3 เป็นการต่อขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมจากระยะที่ 2 กว่า 107,000 ตารางเมตร เพิ่มจำนวนรถขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) อีก 1 ขบวน รวมทั้งเพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 34 หลุมจอด คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี พ.ศ. 2585 ประมาณการรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 45 ล้านคนต่อปี
ระยะที่ 4 หรือระยะสุดท้าย มีพื้นที่อาคารผู้โดยสารหลังที่สองเพิ่มขึ้นกว่า 82,000 ตารางเมตร พร้อมทั้งติดตั้งระบบ Check-in แบบอัตโนมัติ รวมทั้งเพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 14 หลุมจอด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี พ.ศ. 2598 ประมาณการรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 60 ล้านคนต่อปี
อีอีซี-บีบีเอส ลงนามสัญญาร่วมลงทุน “เมืองการบินภาคตะวันออก”
อีอีซี-บีบีเอส ลงนามร่วมลงทุน ลุยพัฒนา “อู่ตะเภา-เมืองการบินภาคตะวันออก”