เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2563 นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวกรณีน.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยักยอกเงินกว่า 30 ล้านบาท จากการกระทำความผิดปลอมแปลงเอกสาร และนำเงินงบประมาณทางราชการ ออกจากระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเลคทรอนิกส์ แล้วโอนผ่านบัญชีตนเองไปหลายบัญชี โดยขณะนี้พบยอดเงินในการทุจริตเพิ่มจาก 33.9 ล้านบาทเป็น 39.2 ล้านบาท จากการใช้ระบบออนไลน์ทำข้อมูลเท็จ โอนเงินเข้าบัญชีมารดาและญาติ พร้อมปลอมลายมือผู้มีอำนาจจากบัญชีเช็คงบประมาณจังหวัด สั่งเบิกจ่ายเงินสดจากธนาคารกรุงไทย โดยพบความผิดตั้งเดือนเมษายน 2562 ต่อเนื่อง ถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2563 ซึ่งปัญหาเกิดจากผู้มีอำนาจในหน่วยงานปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ลูกจ้างทำงานโดยพลการ เนื่องจากเห็นว่าเชี่ยวชาญใน ระบบไอที และหากผลการสอบสวนพบปัญหาจากการเบิกจ่ายที่ทำให้มีการทุจริต เกิดจากความบกพร่องของข้าราชการคนใด จะต้องรับผิดชอบทั้งทางวินัยและชดใช้ค่าเสียหายในทางละเมิด ตามอำนาจหน้าที่ได้รับมอบหมาย
ด้าน ทีมสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ และตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ ในการกระทำผิด สร้างข้อมูลในระบบ ส่งไปยังคลังจังหวัดพิจารณาอนุมัติเบิกจ่าย จากนั้น ข้อมูลจะถูกส่งไปกรมบัญชีกลางเพื่อจ่ายเงินเข้าบัญชีหลักของผู้ขายโดยตรง ในกรณีนี้เบิกจ่ายเข้าบัญชีญาติของน.ส.ขนิษฐา โดยผู้ต้องหานำสมุดเช็คไปปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย ซึ่งต้องใช้ผู้ลงนามอนุมัติสองในห้าคน เรียกเก็บเงินจากธนาคาร ผ่านบัญชีสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเงินส่วนหนึ่งสั่งจ่ายไปบัญชีญาติ 2 คน รวมการกระทำผิดจำนวน 166 ครั้ง รวมเป็นเงิน กว่า 39 ล้านบาท จากนั้น ได้โอนเงินกระจายเข้าสู่บัญชีตนเองจำนวน 14 บัญชี นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าเงินไหลเวียนไปยังบัญชีที่ผูกไว้กับเว็บไซต์การพนันออนไลน์
มท.ตั้งกรรมการสอบ ขรก.ยักยอกเงิน 33 ล้าน
ตร.ไม่เชื่อ ทำคนเดียว ยักยอกเงิน 33.9 ล้าน เหตุพบโอนผ่านอีแบงค์กว่า 100 บัญชี
ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงแจ้งข้อหา น.ส.ขนิษฐา คือ 1.เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2. เป็นเจ้าพนักงาน กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยที่ตนมีหน้าที่นั้น 3.มีความผิดฐานลักทรัพย์เป็นเงินของทางราชการ 4.ความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 5.ความผิดฐาน ปลอมเอกสารสิทธิ์ และใช้เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการที่ได้ปลอมขึ้น ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีปลัดจังหวัดเป็นประธาน พบว่ามีการตั้งคนในสำนักงานจังหวัดจำนวน 3 ใน 5 คน ทำให้เกิดความคลางแคลงถึงความโปร่งใสในการตรวจสอบ ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงเปลี่ยนชุดคณะกรรมการตรวจสอบใหม่ทั้งชุด โดยใช้บุคคลภายนอกหน่วยงาน
สำหรับความเสียหายทางราชการ 39.2 ล้านบาท มาจาก งบเงินฝากคลัง หรือเงินประกันสัญญา 9.6 ล้านบาท เงินแก้ไขปัญหา หรือเงินภัยแล้ง 23.6 ล้านบาท งบจังหวัด 5.9 ล้านบาท เงินอื่น ๆ 2.5 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 39.2 ล้าน
ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กล่าวว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยประสาน ปปง.ให้ช่วยติดตามเงินที่โอนไปเวบพนันออนไลน์ เพื่อถอนคืนในภายหลัง หากพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ใดจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมติดตามเส้นทางการเงินที่โอนให้เครือญาติ แต่ขณะนี้ยังไม่ออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม