คดีฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวหญิงชาวญี่ปุ่น กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเร่งติดตามตัวฆาตกรมาตั้งแต่ปี 2556 หลังตำรวจ สภ.เมืองสุโขทัย ได้ยุติการสอบสวนไว้ก่อนในปี 2552 เพราะไม่พบผู้กระทำความผิด กระทั่งดีเอสไอเข้าสอบสวนเพิ่มเติมและรับไว้เป็นคดีพิเศษ นำผู้ต้องสงสัยชาวไทยเกือบ 400 คน มาเก็บดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์กับดีเอ็นเอที่พบที่ขอบกางเกงของ น.ส.โทโมโกะ โดยคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2550 ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อ.เมือง จ.สุโขทัย
ล่าสุดวันนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกันแถลงผลการการตรวจดีเอ็นอีที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุพบดีเอ็นเอของผู้ชายติดที่ขอบกางเกงด้านหลังขวาของ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ พบว่าไม่ตรงกับคนไทยทั้งหมด
ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า การตรวจดีเอ็นเอครั้งล่าสุดในปี 2562 เทียบเคียงผู้ต้องสงสัย ผลการวิเคราะห์พบว่าเป็นกลุ่มเอเชียตะวันออกและบ่งชี้เฉพาะได้ 7 ประเทศ ไม่มีประเทศไทย
ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า เมื่อข้อมูลจากผลดีเอ็นเอพบว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนไทย การดำเนินงานในขั้นตอนต่อไปจะประสานไปยังต่างประเทศหรือประสานงานกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อมอบให้หน่วยงานที่จะต้องสานต่อ ซึ่งอาจตรวจสอบฐานดีเอ็นเอที่ต่างชาติเก็บข้อมูลไว้ต่อไป เพราะจากข้อมูลพบมีผู้ใกล้ชิดผู้ตายเป็นชาวญี่ปุ่น เดินทางกลับประเทศหลังเกิดเหตุ 1 วัน และปฏิเสธการตรวจดีเอ็นเอ
คดีฆาตกรรมโทโมโกะ หลังรับไว้เป็นคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สอบสวนชาวบ้าน ข้าราชการ และควาญช้างและตรวจดีเอ็นเอทั้งหมด 379 คน ในจำนวนนี้ เสียชีวิตไป 4 คน จึงขอตรวจดีเอ็นเอจากทายาท แต่ยังไม่พบเบาะแสผู้กระทำผิด
โดยปี 2560 มีผู้แจ้งเบาะแสผ่านเฟซบุ๊กดีเอสไอจึงออกเลขที่สืบคดีใหม่ ทำการสอบสวนและเก็บดีเอ็นเอเพิ่ม 2 คน เป็นพ่อค้าบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังไม่พบดีเอ็นเอที่ตรงกับขอบกางเกงของโทโมโกะ จึงตรวจพิสูจน์ซ้ำ โดยใช้วิธีการตรวจหารูปแบบสารพันธุกรรมด้วยน้ำยาใหม่ที่ตรวจจากเดิม 16 ตำแหน่ง เป็น 24 ตำแหน่ง ทำให้พบว่าไม่ตรงกับดีเอ็นเอของคนไทย แต่เป็นดีเอ็นเอใน 7 กลุ่ม คือ 1.ออสโตร-เอเชียติก 2.เอสโตเนียน 3.ดราวิเดียน 4.อินโด-แปซิฟิก 5.เจแปนิส 6.โคเรียน และ 7.ไทเทได ซึ่งไม่ใช่ของไทย