ย้อนคดี​ 'บอส​ อยู่วิทยา'​ เปิดปมเงิน​ 3 ล้าน​ สื่อนอกตีข่าวพ้นคดี​ ตร.ไทยยังตามล่า!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สำนักข่าวต่างประเทศ​ อ้างเอกสาร​ -​สน.ทองหล่อ​ เผย​ "บอส​ กระทิงแดง" พ้นข้อหาฯ​ อัยการสั่งไม่ฟ้อง​ ชงยกเลิกหมายจับ​ตั้งแต่มิถุนายน63​ ย้อนดูรองโฆษกตร.เผยเมื่อต้นก.ค.63ยังประสานตำรวจสากลล่าตัว​ ข้อมูลยังสับสน​ ญาติเหยื่อเคยเผยปมเงิน3ล้าน​ โฆษกตำรวจนัดสื่อแถลง​ สายวันนี้

คดี​ "บอส​  กระทิงแดง"  หรือนายวรยุทธ​ อยู่วิทยา​  ทายาทธุรกิจเครือกระทิงแดง​ ก่อเหตุขับรถชนตำรวจเสียชีวิต​ เป็นข่าวคึกโครมอีกครั้ง​ เมื่อ​สำนักข่าว CNN รายงานว่า​ ทางการไทยยกเลิกทุกข้อกล่าวหา​ นายวรยุทธ​ อยู่วิทยา​ หรือ​ บอส​ ทายาทเครือกระทิงแดง ที่ถูกกล่าวหาในคดีขับรถ​ ชนตำรวจสน.ทองหล่อ​ เสียชีวิตในปี2555  

อัยการ เผย “บอส อยู่วิทยา” อีก 7 ปี หลุดทุกคดี ชี้ รอ ตร.จับตัวกลับมา

CNN​อ้าง พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ระบุว่า​ เมื่อ​ 12​ ​มิถุนายน​ ที่ผ่านมา​ อัยการได้พิจารณายกเลิกข้อกล่าวหาที่มีต่อนายวรยุทธ หรือบอส​  และได้ทำหนังสือแจ้งยกเลิกข้อกล่าวไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของนายวรยุทธ

CNN​ระบุด้วยว่า ผู้สื่อข่าวได้เห็นจดหมายดังกล่าว​ ว่าอัยการสั่งไม่ฟ้อง​ขณะที่ผบ.ตร.มิได้เห็นแย้ง​ จึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง​ เสนอศาลเพิกถอนหมายจับ แต่ไม่สามารถติดต่อผู้เกี่ยวข้องกับนายวรยุทธเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้

CNNรายงาน​ ส่วนคดีก่อนหน้านี้นั้นมีข้อมูลบ่งชี้ว่า นายวรยุทธเป็นผู้ขับรถซูเปอร์คาร์ ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เกี่ยวข้องไม่ดำเนินคดีออกหมายจับ เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนีและสิ้นอายุความไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าสำหรับนายวรยุทธหลบหนีไปจากประเทศไทยหลังได้รับการประกันตัว และเมื่อปี 2560 ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AP ได้ติดตามไปพบนายวรยุทธที่บ้านพักแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนของอังกฤษ แต่เขาไม่ได้ตอบคำถามใดๆ หลังจากนั้นมีกระแสทวงถามความคืบหน้าของคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้นำตัวนายวรยุทธกลับมาดำเนินคดีที่ไทย ได้รับคำตอบว่าหาตัวนายวรยุทธไม่พบ​ 

จนกระทั่งวันที่ 27 มิ.ย.2563​สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ข้อมูลว่า​ มีมติชี้มูลความผิดนายตำรวจ 5 นาย ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ ทายาทเครือกระทิงแดง ไม่ให้ถูกดำเนินคดีขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และไม่ดำเนินการออกหมายจับ เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี​ โดยตำรวจผู้ถูกชี้มูลความผิด ประกอบด้วย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบก.น.5, พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รอง ผบก.น.5, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รอง ผบก.น.5, พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี

อย่างไรก็ตามจากรายงานสำนักข่าว ดังกล่าว​ มีรายงานว่า​กรณีลงโทษตำรวจ​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุลงโทษภาคทัณฑ์​ กักยามตำรวจที่เกี่ยวข้องไปแล้ว​ ตั้งแต่เดือนมีนาคม​ 2563 ตามที่​ป.ป.ช.ชี้ว่า​ สอบสวนช่วยเหลือ นายวรยุทธ​ ผู้ต้องหา ไม่ให้ถูกดำเนินคดี ในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาเพื่อให้ได้ตัวมาส่งอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนีและไม่ได้ตัวฟ้องภายในอายุความ​   หลังป.ป.ช.ชี้มูลคดีนี้ตั้งแต่ปี​ เดือนตุลาคม​ ปี62​แต่เพิ่งมีการเผยแพร่มติฯ

ขณะที่พ.ต.อ.กฤษณะ​ พัฒนะเจริญ​ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุเมื่อ​ 1 กรกฎาคม​ 63​ที่ผ่านมาว่าตำรวจไทยยังคงประสานประเทศต่างๆที่พบความเคลื่อนไหวของทายาทกระทิงแดงรายนี้​ และประสานตำรวจสากลตามจับตัว​"บอส​ อยู่วิทยา"

ตามล่า 'บอส อยู่วิทยา' ตร.จี้ประเทศเป้าหมาย แจงยิบลงโทษ 7 ตำรวจทำคดีหลวม

ขณะที่มีรายงานว่า​ ช่วงแรก​ หลังเกิดเหตุที่​ "บอส​ ทายาทกระทิงแดง​" ขับรถซูเปอร์คาร์  ด้วยความเร็วพุ่งชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปรามสน.ทองหล่อ ที่ขี่รถจักรยานยนต์ตราโล่อยู่​จนร่างดาบตำรวจถูกลากไปไกลกว่า 200 เมตร เสียชีวิตอย่างอนาถ​ เหตุเกิดเช้ามืดวันที่​ 3 กันยายน​2555

ตอนนั้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหา "บอส อยู่วิทยา" 5 ข้อหา​ ประกอบด้วย​ 1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีนี้มีอายุความ 15 ปี สิ้นอายุความ​ ในเดือนห ก.ย.70 

2. ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกชน หรือชนแล้วหนี อายุความ 5 ปี สิ้นสุดในก.ย. 60 
3. ขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด อายุความ 1 ปี 
4. ขับรถโดยขณะมึนเมา 
และ5. ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย​   ทั้ง2ข้อหาขาดอายุความไปแล้ว

ต่อมาในปี​ 2559 ตำรวจสรุปสำนวน​ ส่งอัยการสั่งฟ้องได้เพียง 2 ข้อหา คือ 1.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2. ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกชน หรือชนแล้วหนี อายุความ 5 ปี หรือวันที่ 3 ก.ย. 2560 ส่วนอีกข้อหาอื่นหมดอายุนั่นหมายความว่านายวรยุทธ​ เหลือข้อหาติดตัวเพียงขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย​ ที่เหลืออายุความอีก7​ปี

ขณะที่พี่ชายของดาบตำรวจวิเชียร​ ผู้เคราะห์ร้าย​  สัมภาษณ์พิเศษกับ​พีพีทีวีเมื่อเดือนมีนาคม​ปี2560  ว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปี 2555 ครอบครัวได้รับเงินเยียวยาจากตระกูลธุรกิจกระทิงแดงมาเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท และค่าทำศพอีก 5 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องไม่ฟ้องร้องคดีทั้งทางแพ่งและอาญา หลังทางครอบครัวได้ยื่นขอไป 8 ล้านบาท โดยคิดจากอายุการทำงานที่เหลือของดาบตำรวจวิเชียร แต่คู่กรณีได้ขอต่อรองเหลือ 2 ล้านบาท  และยอมให้เพิ่มอีก 1 ล้านในภายหลังที่ทางครอบครัวยื่นข้อเสนอกลับไป

แม้จะไม่ได้จำนวนเงินตามที่ครอบครัวคิดว่าเป็นธรรม แต่สาเหตุที่ยอมรับเงื่อนไข เพราะไม่ต้องการให้กระบวนการยืดเยื้อ เหมือนกับคดีความที่กำลังเป็นอยู่

เปิดใจญาติเหยื่อทายาทกระทิงแดง ได้เยียวยา 3 ล้านบาท แลกไม่ฟ้องร้อง

อย่างไรก็ตามจากรายงานของCNN ดังกล่าว​ ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า​ การสั่งไม่ฟ้อง​ และยกเลิกหมายจับนั้นเป็นข้อหาที่หมดอายุความแล้ว​ ก่อนนี้​ หรือรวมถึงข้อหาหลัก​ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายด้วยหรือไม่!! 

ไร้เงา "ทายาทกระทิงแดง" ฟังคำสั่งคดีขับรถชนตำรวจตาย

ขณะที่โฆษก​ ตร.​ "พล.ต.ท.​ปิยะ​  อุทาโย" ​​  นัดแถลงข่าวในเวลา10.30น.วันนี้​ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ประเด็นร้อน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ