ทันทีที่คณะสงฆ์ศูนย์รับบิณฑบาตหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับพัสดุซึ่งภายในเป็นหนังสือบุดจากผู้ครอบครองที่คณะสงฆ์เปิดโอกาสให้ส่งกลับคืนมาจากหลายจังหวัด พระสงฆ์เหล่านี้ได้ร่วมกันสวดอนุโมทนาและสวดสมโภชน์หนังสือบุด
วันนี้ได้รับจากจังหวัดชลบุรี 4 เล่ม ซึ่ง3 ใน 4 เล่มนั้นเป็นเล่มสำคัญที่เคยอยู่ในตู้โชว์ขนาดใหญ่ในศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และอีกจำนวนหนึ่งผู้ครอบครองได้ส่งผ่าน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อตรวจนับพบว่ามาจากผู้ครอบครองจากจังหวัดเชียงใหม่ที่นำมาส่งมอบด้วยตัวเองจำนวน 34 เล่ม โดยรายนี้ได้มาแสดงตัวแสดงความบริสุทธิ์พร้อมเป็นพยานในคดีโดยระบุว่าได้ซื้อในราคา 4 หมื่นบาท จากนายฐิติพงศ์ ศิริเวช ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไว้ได้แล้ว และอีก 20 เล่มจากผู้ครอบครองในกรุงเทพมหานคร
พระครูเหมเจติยาภิบาล พระสงฆ์ผู้ประสานงานรับบิณบาตรคืนหนังสือบุดสมุดข่อยนครศรีธรรมราช ระบุว่าในส่วนผู้ครอบครอบจากจังหวัดชลบุรี ได้จัดส่งหนังสือบุดชุดนี้กลับรวมทั้งแสดงความเสียใจที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเขาได้ซื้อโดยสุจริตใจเชื่อว่าเป็นหนังสือบุดของผู้ขายจริงๆ และเมื่อเขารู้ว่าวันนี้จะมีการเปิดกล่องทางผู้ส่งคืนก็ได้ทำบุญไปด้วยกันเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าของหนังสือบุดตัวจริงที่ส่งมอบให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฎ
ด้านพันตำรวจโทจรินทร์ ขาวเอี่ยม รองผู้กำกับการสอบสวนสถานีตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ระบุว่าผู้ที่ซื้อไปโดยสุจริตถือเป็นผู้เสียหาย สามารถแจ้งความดำเนินคดีเรียกคาเสียหายคืนได้ ในคดีฐานฉ้อโกง ส่วนผู้ที่ขายไปนั้นจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งค่าซื้อ ค่าเดินทางนำมาคืนเจ้าหน้าที่ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวข้องหากไม่ชำระสามารถที่จะยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหามาขายเพื่อเอาเงินมาเยียวยา
สำหรับจำนวนหนังสือบุดที่ได้รับคืนกลับมาทั้งจากศูนย์รับบิณฑบาต และจากทางพนักงานสอบสวนขณะนี้มีจำนวนรวม 148 เล่มจากที่แจ้งไว้เพียง 309 เล่ม แต่กำลังพบหลักฐานว่ามีทรัพสินอย่างอื่นหายเพิ่มเติมไปอีกจำนวนมาก