Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

ผบช.ก. สั่งลุยต่อคดี “โทน บางแค” จ่อขยายผลฟอกเงิน-ยึดทรัพย์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผบช.ก. สั่งลุยคดี "โทน บางแค" รวบรวมหลักฐานมัดเซียนพระดัง จ่อใช้กฎหมายฟอกเงินตามยึดทรัพย์ หากพบพฤติกรรมฉ้อโกงซ้ำซาก พร้อมยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยกับสื่อมวลชน กรณีของ “โทน บางแค” ที่ปรากฏตามข่าวไปแล้วนั้น โดยระบุถึงความชัดเจนในการดำเนินคดีว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกลุ่มเซียนพระที่ผู้เสียหายมาแจ้งความไว้พอสมควรแล้ว แต่เนื่องจากส่วนใหญ่พยานหลักฐานเป็นลักษณะการพูดคุยกันเป็นหลัก จึงต้องใช้ความพยายามในการรวบรวม เพื่อระบุให้ชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระเครื่ององค์ใด หรือบุคคลใดบ้าง 

 

โทน บางแค สตริงเกอร์ กทม.
ผบช.ก. สั่งลุยต่อคดี “โทน บางแค” จ่อขยายผลฟอกเงิน-ยึดทรัพย์

ซึ่งระหว่างการสืบสวนตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีเซียนพระบางรายชดใช้ค่าเสียหายและขอยกเลิกการดำเนินคดีไปบ้างแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีหลักฐานชัดเจนในบางส่วน และมีผู้เสียหายบางรายกลับมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายหลัง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมเข้าสู่สำนวน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มที่จะมาร้องทุกข์

สำหรับความชัดเจนของบุคคล 1 ใน 3 ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ในส่วนของเนื้อหาสำนวนยังต้องขอเก็บไว้ก่อน เนื่องจากเป็นระบบการทำงานของตำรวจส่วนกลางในการทำคดีใหญ่ ซึ่งเมื่อมีการรับแจ้งความ จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ 2. ความผิดนั้นเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ และ 3. ผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง ก่อนที่จะมีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา โดยเฉพาะคดีที่มีโทษสูง ซึ่งต้องมีการขออนุมัติศาลออกหมายจับ

ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาโดยตลอด ส่วนการจะออกหมายจับหรือหมายเรียกนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพราะต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าบางกรณีอาจเป็นเรื่องทางแพ่ง หรือบางกรณีเป็นเรื่องทางอาญา ซึ่งต้องยึดตามหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบให้เป็นสำคัญ

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ในการทำงานรวบรวมพยานหลักฐาน ยังมีพยานหลักฐานส่วนอื่นที่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้ เช่น ข้อมูลการพูดคุยผ่านแอปพลิเคชัน ไลน์ ซึ่งหากมีอยู่จริง จะถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ไม่สามารถบิดเบือนได้ ทั้งนี้ ในคดีฉ้อโกงมักพบว่าฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาให้การไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เจ้าหน้าที่จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายให้ชัดเจน

ส่วนประเด็นจำนวนผู้เสียหายที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เคยกล่าวอ้างว่ามี 9 ราย หรือที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีมากกว่านั้น ตนขออนุญาตให้เป็นรายละเอียดที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน

ในประเด็นเรื่องเงินจำนวน 20,000,000 บาท ที่มีการอ้างว่านำไปมอบให้กับ “โทน บางแค” ซึ่งขณะนี้คำให้การของแต่ละฝ่ายยังขัดแย้งกันอยู่นั้น ตนมีหน้าที่นำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาประมวลผล ร่วมกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิจารณาว่าในแต่ละกรณี (แต่ละกรรม) เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ เนื่องจากคดีฉ้อโกงเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ เมื่อผู้กระทำผิดทราบว่ามีการดำเนินคดี จึงมีการเจรจาเคลียร์ค่าเสียหาย ทำให้จำนวนผู้เสียหายยังไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม แม้ข้อหา “ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ” จะไม่มีระบุไว้โดยตรง แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำซ้อนบ่อยครั้ง สามารถนำไปใช้เป็นความผิดมูลฐานในคดีฟอกเงินได้ ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดทั้งหมด

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ตำรวจสอบสวนกลางไม่เคยกลั่นแกล้งใคร และตนได้กำชับเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเคสนี้ตนรับรู้ข้อมูลตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และได้พูดคุยกำชับกับผู้กำกับในขณะนั้น ให้เร่งรัดคดีมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งตนมารับตำแหน่งผู้บัญชาการ ก็มีหลายประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าว

ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เรียกทั้งสามฝ่ายมาพบกันนั้น จะทำได้หรือไม่ ประชาชนสามารถดูได้จากสิ่งที่สื่อนำเสนอไป ซึ่งแต่ละฝ่ายพูดไม่ตรงกัน จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่ามีเซียนพระประสานขอเข้าพบ แต่ทางฝั่งโทนพูดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทราบว่าเซียนพระรายดังกล่าวได้มาร้องเรียนที่สอบสวนกลางส่วนหนึ่งแล้ว

ส่วนเรื่องนี้จะกระทบต่อหน้าที่การงานของ “บิ๊กเต่า” หรือไม่นั้น ขณะนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.พหลโยธิน ซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ส่วนจะมีการเรียก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มาชี้แจงหรือไม่ เบื้องต้นตนได้เรียกมาพูดคุยแล้ว ซึ่งบิ๊กเต่าได้ชี้แจงข้อมูลเหมือนกับที่ได้แจ้งต่อสื่อมวลชน

สำหรับประเด็นที่ว่าตนรู้สึกร้อนใจหรือไม่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาที่ถูกครหาจนทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ตนขอยืนยันว่า ในเรื่องคดีความ ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ส่วนเรื่องความประพฤติก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งรองเต่าและผู้ที่มาร้องเรียนด้วยเช่นกัน
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ