ระยะเวลาเกือบ 7 ปี ที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ยืนหยัดผลิตคอนเทนต์สู่สังคมไทย แต่การดำเนินธุรกิจนี้ ก็ถือเป็นเส้นทางแห่งอุปสรรคของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ด้วยสารพันปัญหาที่ถ้าโถมเข้ามา ตั้งแต่การประมูลที่ กสทช.ให้คำมั่นไว้ว่าจะสามารถรับชมได้ทั่วประเทศ จนผู้ประกอบการยอมทุ่มเม็ดเงินเข้ารัฐกว่า 5 หมื่นล้านบาท แต่กลับมีปัญหาตั้งแต่การแจกกล่อง ดูได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งปัจจุบันก็ทำให้คนดูได้เพียง 20% เท่านั้น จนมาถึงปัญหาเลขช่องเขย่ง ที่ทำเอาคนดูสับสนกันยกใหญ่ ต้องใช้เวลาแก้ไขกว่า 2 ปี หมดเงินการประชาสัมพันธ์กันมากมายเพื่อให้คนดูจำหมายเลขได้ ยังไม่รวบถึงการเข้ามาของแพลตฟอร์มออนไลน์ OTT ต่างๆ ที่ดึงคนดูไปจากทีวีดิจิทัลอีกมาก
จนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล จากเดิมกำหนดไว้เป็นช่องระดับชาติ จำนวน 24 ช่อง ต้องประสบปัญหาการทำธุรกิจ มีการคืนใบอนุญาตไปถึง 9 ช่อง จนปัจจุบันเหลือเพียง 15 ช่อง แต่ปัญหาก็ไม่ได้หมดสิ้นลง เพราะผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวี ได้ฟ้องร้อง กสทช.ที่ประกาศจัดการเรียงหมายเลขช่องไปกระทบผลประโยชน์เดิม ซึ่งหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งว่า ประกาศของหลักเกณฑ์การเรียงช่อง ของ กสทช. ปี 2558 เป็นประกาศที่มิชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ไม่ต้องเรียงหมายเลขช่องตามประกาศเดิม ซึ่งจะสร้างความสับสนให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก แต่ผลร้ายที่ตนเองไม่ได้ก่อขึ้นก็ไปตกอยู่ที่ "ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล"
โดยนายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) จึงออกมาเรียกร้อง ว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงหมายเลขช่องในกล่องดาวเทียมและเคเบิลทีวี จะเกิดความยากลำบากต่อประชาชนผู้รับชมให้เกิดความสับสน และกระทบต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเป็นอย่างมาก
ด้าน กสทช.ผู้ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลทีวีดิจิทัล ก็จัดประชุมรับฟังความเห็นในกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โครงข่ายเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม เพื่อเร่งหาทางออก ซึ่งสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ได้เสนอทางออก "ยอมถอยคนละก้าว" เพื่อให้อุตสาหกรรมเดินหน้าต่อได้ ไม่กระทบต่อผู้รับชม คือ ยกช่องหมายเลข 1-10 ให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม เป็นผู้บริหารจัดการ และคงช่องหมายเลข 16-36 คงไว้เป็นช่องของทีวีดิจิทัลเช่นเดิม แต่มีการกำหนดเงื่อนไขรายละเอียดเพื่อให้ทุกฝ่ายไม่ได้เปรียบ-เสียเปรียบกัน ที่สำคัญ กสทช.ต้องออกประกาศให้เป็นลายลักษณ์อักษรให้มีความชัดเจนด้วย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การหาทางออกของปัญหานี้ ยังไม่จบง่ายๆ เพราะในฝั่งของคู่กรณี ตัวแทนโครงข่ายทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี แสดงความเห็นยืนกรานเดินหน้าฟ้อง ประกาศเรียงช่อง รวมไปถึง must carry แม้ กสทช. เสนอทางออก ฉะนั้น อนาคตของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล คงขึ้นอยู่กับผู้กำกับดูแลอย่าง กสทช. ที่จะแก้ไขปัญหาจากการบริหารนโยบายที่ผิดพลาด ก่อนศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งตัดสิน