30 มี.ค. ให้เงินสนับสนุน 456 ล้านดอลลาร์ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) และได้ทำข้อตกลงมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 3.1 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้อวัคซีนโควิด-19 จำนวน 100 ล้านโดส และยังสามารถเพิ่มได้อีก 200 ล้านโดส หากมีความจำเป็น
16 เม.ย.ให้เงินสนับสนุน 483 ล้านดอลลาร์ ให้กับ บริษัทโมเดอร์นา อิงค์ (Moderna Inc) ซึ่งเป็นบริษัทในธุรกิจไบโอเทคของสหรัฐ โดย ซึ่งเริ่มทดลองระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม จากนั้นได้การรับรอง จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรับ (FDA) ต่อมาวันที่ 26 ก.ค. ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มอีก 472 ล้านดอลลาร์ เพื่อการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้าย (ระยะที่ 3) ของวัคซีน mRNA ที่เริ่มขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม
อีก 100 ล้านโดส! สหรัฐฯตกลงซื้อวัคซีนโควิด-19
Moderna วางแผนทดสอบวัคซีนโควิด-19 เฟส 3 เดือน ก.ค. นี้
21 พ.ค.ให้เงินสนับสนุน 1.2 พันล้านดอลลาร์ กับ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า(AstraZeneca) บริษัทยาและชีวเภสัชภัณฑ์ของอังกฤษและสวีเดน ซึ่งพัฒนาร่วมกับ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยมีข้อตกลงให้พัฒนาวัคซีนอย่างน้อย 300 ล้านโดสสำหรับสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะมีการส่งมอบครั้งแรกภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ในช่วงฤดูร้อน โดยมีอาสาสมัครประมาณ 30,000 คนจากสหรัฐ
1 มิ.ย. ให้เงินสนับสนุนกับ บริษัท Emergent BioSolutions จำนวน 628 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19
7 ก.ค. กระทรวงสุขภาพและบริการประชาชน สหรัฐ (HHS) ประกาศให้เงินสนับสนุนจากเงินจำนวน 450 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการผลิตแอนติบอดีต่อต้านไวรัสโควิด -19 ให้กับ บริษัท Regeneron ซึ่งการทดลองทางคลินิกประสบความสำเร็จและได้การรับรองจาก FDA
จากนั้นประกาศให้เงินสนับสนุน จำนวน 1.6 พันล้านดอลลาร์ ให้กับ บริษัท โนวาแวกซ์ ซึ่งหากสำเร็จจะส่งมอบให้ทันทีจำนวน 100 ล้านโดส
สหรัฐฯ ทุ่ม 5 หมื่นลบ. หนุนโนวาแวกซ์ เร่งพัฒนาวัคซีนโควิด-19
นอกจากนั้นยังมี ผู้ผลิตยา Sanofi และ GlaxoSmithKline ที่ได้รับเงินสนับสนุน สูงถึง 2.1 พันล้านดอลลาร์ ในการพัฒนา วัคซีนโควิด-19 จำนวน 100 ล้านโดส บริษัท BioNTech ของ Pfizer และ บริษัท ไบโอเทค อีก 1.95 พันล้านดอลลาร์ เพื่อผลิตและส่งมอบวัคซีนโควิด-19 อีก 100 ล้านโดสด้วยเช่นกัน
“ทรัมป์” สั่งเร่งผลิตวัคซีน โควิด-19 ตั้งเป้า 100 ล้านโดสแรกสิ้นปีนี้
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังให้เงินสนับสนุนกับบริษัทเอกชนในการผลิตอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องใช้สำหรับขั้นตอนการแจกจ่ายวัคซีน เช่น
12 พฤษภาคม ให้เงินสนับสนุน 138 ล้านดอลลาร์กับบริษัท ApiJect Systems America สำหรับการผลิตเข็มฉีดยาไว้ล่วงหน้ามากกว่า 100 ล้านเข็ม เพื่อจำหน่ายทั่วสหรัฐอเมริกาภายในสิ้นปี 2563 และวางเป้าหมายการผลิตไว้ที่ 500 ล้านเข็ม ภายในปี 2564
9 มิถุนายน ประกาศจัดหาบริษัทเพื่อผลิตขวดบรรจุวัคซีนโควิด-19 สำหรับการแจกจ่ายเพื่อนำไปรักษา เบื้องต้นให้เงินสนับสนุนกับบริษัท ให้กับ บริษัท คอร์นนิ่ง อิงค์ (Corning) ผู้นำการผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับกระจก เซรามิก และรวมถึงเลนส์ขั้นสูง สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ จำนวน 204 ล้านดอลลาร์ เพื่อทำการผลิตขวดแก้ว Valor Glass จำนวน 164 ล้านขวดและเพิ่มการผลิตได้ในแต่ละปี
บริษัท SiO2 Materials Science ได้เงินสนับสนุน 143 ล้านดอลลาร์ เพื่อผลิตภาชนะพลาสติกเคลือบแก้ว สำหรับยาและวัคซีนโควิด-19
เส้นทาง “Sputnik-V” วัคซีนโควิด-19 ที่ทั้งโลกกังขา
สำหรับ โครงการ Operation Warp Speed (OWS) อยู่ภายใต้การร่วมมือของ กระทรวงสุขภาพและบริการประชาชน สหรัฐ (HHS) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) และ หน่วยงานวิจัยและพัฒนาขั้นสูงทางชีวการแพทย์ (BARDA) และกระทรวงกลาโหม (DoD) ตั้งเป้าที่จะส่งมอบวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเพื่อใช้ในการต้านโควิด-19 ให้กับชาวอเมริกัน จำนวน 300 ล้านโดสภายในเดือนมกราคม 2564
ญี่ปุ่นใกล้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทผลิตยาจากอังกฤษเพื่อซื้อวัคซีนโควิด-19 ร้อยล้านโดส
นอกจากนั้นแล้ว ยังอนุมัติงบประมาณให้กับ 6.5 พันล้านดอลลาร์ กับ Biomedical Advanced Research and Development Authority (BARDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำหนดแนวทางการเชื่อมโยงในการพัฒนาและจำหน่ายวัคซีนที่จำเป็น สำหรับการสาธารณสุขของสหรัฐ และอีก 3 พันล้านดอลลาร์สำหรับการวิจัยของ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) หรือ เอ็นไอเอช (NIH)