เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2563 นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังการแสดงจุดยืนร่วมกับสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ระบุว่า ความเสียหายของทีวีดิจิทัล ไม่ใช่เพียงความเสียหายของผู้ประกอบการ แต่เป็นความเสียหายของประเทศชาติ ของประชาชน เพราะเป็นสื่อหลักของประเทศ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ ซึ่งจะต้องยึดถือความถูกต้องชัดเจน มีภารกิจในการถ่ายทอดสด ทั้ง โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ รายการพิเศษใด ๆ ดิจิทัลทีวีก็มีส่วนร่วมในการนำเสนอมาโดยตลอด ที่ผ่านมาในช่วงเริ่มต้น กสทช.ก็ทำให้เกิดปัญหาในการรับชม ทั้งภาคพื้นดิน ดาวเทียม เคเบิลทีวี ต่างคนต่างออกนำรายการของทีวีดิจิทัลไปออกตามใจชอบ จนต้องมีประกาศเรียงช่องในปี 2558 แต่ก็มาเกิดการฟ้องร้องนี้ขึ้น ซึ่งหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งว่า ประกาศของหลักเกณฑ์การเรียงช่อง ของ กสทช. ปี 2558 เป็นประกาศที่มิชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ไม่ต้องเรียงหมายเลขช่องตามประกาศเดิม ก็จะเป็นการสร้างความเสียหายต่อทั้งประเทศ
ทีวีดิจิทัล ยัน “เลิกเรียงช่อง” เสียหายหนัก จ่อฟ้อง กสทช.
ขณะที่นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันสามสิบเอ็ด จำกัด กล่าวว่า หากไม่มีกฎหมายการเรียงช่อง จะเกิดปัญหาครั้งใหญ่ เพราะทุกวันนี้ประชาชนรับทราบแล้วว่าแต่ละช่องอยู่หมายเลขอะไร เช่น ช่องวัน อยู่หมายเลข 31, ช่องPPTV อยู่หมายเลข 36 สามารถกดรับชมติดตามได้ทันที แต่หากเกิดการยกเลิกการเรียงช่อง ในแต่ละกล่องรับชม แต่ละจานดาวเทียม จะเอานำช่องดิจิทัลที่ท่านรับชมได้ฟรีเหล่านี้ไปอยู่เลขไหนก็ได้ และไม่ทราบด้วยว่าไปอยู่ที่หมายเลขใด จึงร้องขอให้คงกฎหมายการเรียงช่อง ให้ยังคงอยู่เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในสังคม
สำหรับแนวทางข้อเสนอการหน้านี้ที่ให้ยกช่องหมายเลข 1-10 ให้ทีวีดาวเทียมกับเคเบิลทีวีไปบริหารจัดการอิสระ แล้วคงหมายเลขเดิมของทีวีดิจิทัล คือ 11-36 ตามเดิมนั้น มีการชี้แจงว่าหลังจากการหารือกันแล้ว ไม่มีข้อยุติในการเจรจา เนื่องจากฝั่งเคเบิลทีวีกับทีวีดาวเทียมมีการอ้างความเสียหายของตนเอง รวมถึงมีข้อเรียกร้องที่สุดโต่ง โดยต้องการให้ยกเลิกประกาศ Must Carry ปี 2555 นำช่องไปบริหารจัดการเองทั้งหมด ซึ่งไม่สามารถเป็นไปได้เพราะจะกระทบต่อสังคมเป็นอย่างมาก