ล่าสุดคณะทำงานตรวจสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ที่มี พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.เป็นประธาน ได้สรุปผลการตรวจสอบตำรวจที่บกพร่องในการทำคดีนี้ เสนอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)แล้ว
คณะทำงานเสนอพิจารณาข้อบกพร่องออกเป็น 4 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 จำนวน 11 นาย เป็นพนักงานสอบสวน ซึ่งบางนายเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไปแล้ว เช่น พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี อดีตพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุ พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง อดีตผกก.สน.ทองหล่อ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในขณะนั้น และรอง ผกก.สน.ทองหล่อ ในฐานะที่กำกับดูแล พ.ต.อ.วิรดล ข้อบกพร่องที่พบ เช่น ไม่ตรวจปัสสาวะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นประเด็นที่ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ชี้มูลความผิด หรือกรณีผู้ต้องหามอบตัวแล้วกลับให้ประกันตัวออกไปจนนำไปสู่การหลบหนีไปต่างประเทศ
กลุ่มที่ 2 จำนวน 9 นาย เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาระดับผู้บัญชาการ(ผบช.)ถึงรองผู้บังคับการ (รองผบก.) ในช่วงปี 2559-2560 ได้แก่ อดีตผบช.น. ในช่วงกลางปี 2559 - 2560, อดีตรอง ผบช.น.คุมงานสอบสวน, อดีตรอง ผบช.น.คุมงาน บก.น.5, อดีต ผบก.น.5, อดีตรอง ผบก.น.5 ในข้อบกพร่อง ฐานเป็นผู้บังคับบัญชา ปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจ เนื่องจากพนักงานอัยการมีหนังสือเร่งรัดให้ออกหมายจับ และส่งตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี แต่สงสัยว่าอดีตผู้บังคับบัญชาในกลุ่มนี้กลับไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ ข้อหาชนแล้วหนี จนเป็นหมายเหตุให้นายวรยุทธเดินทางออกนอกประเทศ เมื่อ 25 เม.ย.2560
กลุ่มที่ 3 จำนวน 4 นาย ได้แก่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น, พ.ต.อ.วิวัฒน์ ผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ, พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข, อดีตผบก.พฐก.(กำกับดูแล พ.ต.อ.ธนสิทธิ) ข้อบกพร่องคือ กลับคำให้การเรื่องความเร็วรถยนต์ จนเป็นจุดพลิกคดี
และกลุ่มที่ 4 จำนวน 4 นาย คือ พ.ต.อ.วิรดล รองผกก.สน.ทองหล่อ (ปี 2559-2560) รอง ผกก.สน.ทองหล่อ (ปี 2559-2560) พนักงานสอบสวน (ลงนามในหนังสือที่ส่งถึงอัยการแทนผู้กำกับการ) ข้อบกพร่อง คือปรากฏหลักฐานว่ามีการลงวันที่สอบสวน พ.ต.อ.ธนสิทธิ 2 วัน แต่ข้อเท็จจริงคือมีการสอบสวนเพียง 1 วัน
ทั้งนี้แบ่งตามกลุ่มความบกพร่องในขั่นตอนต่างๆพบว่าบางคนพบความบกพร่องในหลายกระบวนการ
ส่วน พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก่อนหน้านี้สอบสวนไม่พบข้อบกพร่องกรณีไม่แย้งคำสั่ง ไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการคณะกรรมการมีความเห็นไม่เสนอ ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบแล้ว เนื่องจากเห็นว่า พล.ต.ท.เพิ่มพูนได้ใช้ดุลพินิจโดยสมบูรณ์รอบคอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนขณะนั้น กรณี พล.ต.ท.เพิ่มพูนจึงจบแค่ชั้นสอบสวนของชุด พล.ต.อ.ศตวรรษ เท่านั้น
จากรายงานข้างต้นตรวจสอบพบว่าในช่วงเกิดคดี "บอส อยู่วิทยา" ในเดือนกันยายน2555จนถึงปัจจุบัน มีผู้ดำรงตำแหน่ง ผบช.น. และรักษาราชการแทนผบช.น. 7 นาย
ช่วงเกิดเหตุปี2555 มีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นผบช.น.
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2557 เกิดปฏิวัติ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถูกย้ายประจำศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) พร้อมผบช.หน่วยอื่นๆ ช่วงนั้นมีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่ตอนนั้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.รักษาการผบช.น.
เดือนตุลาคม2557 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ได้รับการแต่งตั้งเป็นผบช.น.
จากนั้นมีคำสั่งตั้งพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาการผบช.น.อยู่เดือน ตั้งแต่ปลายปี2558จนได้รับแต่งตั้งเป็นผบช.น.ในกลางปี2559 จนถึง30กันยายน2560
ต่อมา 1 ตุลาคม 2560 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช เป็นผบช.น.ต่อ1ปี ต่อด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. 1ปี และตุลาคม2562 มีพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา เป็น ผบช.น.จนถึงปัจจุบัน