เพจเฟซบุ๊ก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความเรื่อง ยุติธรรมกำลังกลับมาค้ำจุนชาติ "กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท" เนื้อหาเป็นการแสดงความรู้สึกดีใจและมีความหวังหลังคณะทำงานตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่มีศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิชา มหาคุณ เป็นประธานแถลงผลการสอบสวนต่อสาธารณะ แต่ความหวังจะเป็นจริงได้อย่างน้อยต้องดำเนินการใน 3 เรื่องคือ ใจความโดยสรุปคือ
1.เร่งสอบข้อหา "ฆ่าคนตายโดยเจตนา" ของบอส วรยุทธ ที่ไม่หยุดรถหลังขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เพราะเขามีความเห็นในข้อกฎหมายว่า พฤติการณ์เข้าข่ายกระทำแบบเจตนาย่อมเล็งเห็นผล แต่ความผิดนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและยังอยู่ในอายุความ
2.ตรวจสอบเรื่องขบวนการทำ "พยานเท็จ" ให้สิ้นซาก แบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะพวกนี้ยังคงมีอยู่แบบผีดิบ พร้อมคืนชีพทุกครั้งที่มีโอกาส
3.ตรวจสอบสาเหตุการตายของนายจารุชาติ มาดทอง ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นการฆ่าตัดตอนพยาน เนื่องจากเป็นการตายอย่างกะทันหัน ก่อนเข้าให้ถ้อยคำต่อ กมธ.กฎหมาย เพียง 1 วัน ซึ่งกรณีนี้มีพิรุธมาก พร้อมระบุข้อพิรุธไว้ในโพสต์ 10 ข้อ
ข้อการตั้งข้อสังเกตของนายพีระพันธุ์ สอดคล้องกับข้อมูล ที่ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) วิชา เคยแถลงสรุปผลสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ยอมรับว่าการตายของนายจารุชาตินั้นข้อสังเกตอยู่พอสมควร แต่ยังต้องรอผลสอบจากตำรวจภูธรภาค
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ (2 ก.ย.63) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินการทางวินัย และสั่งลงโทษทางวินัย สำหรับรองอัยการสูงสุด พ.ศ.2563 โดย นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประะานคณะกรรมการอัยการ ลงนามประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นระเบียบการสอบสวนวินัยที่ให้ ก.อ. หรือ คณะกรรมการอัยการพิจารณาสอบสวนขั้นต้นกับรองอัยการสูงสุดที่ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยเพื่อความเป็นธรรมโดยไม่ชักช้า อย่างไรก็ดีในระเบียบดังกล่าวระบุว่ามี 3 ข้อกล่าวหาที่ ก.อ.อาจไม่ดำเนินการสอบสวนก็ได้ นั่นคือ 1.กรณีบัตรสนเท่ห์ 2.กล่าวหาไม่มีข้อมูลหรือไม่มีสาระเพียงพอให้สอบหาความจริง และ3.กล่าวหาเรื่องการใช้ดุลพินิจในการสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่