TDRI หนุน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 6.8 หมื่นล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิชาการ TDRI เห็นด้วยกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 6.8 หมื่นล้านบาท เพราะตอนนี้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก รวมถึงการแจกเงินไม่ใช่การให้เปล่า

นักวิชาการ TDRI เห็นด้วยกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 6.8 หมื่นล้านบาท เพราะตอนนี้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก รวมถึงการแจกเงินไม่ใช่การให้เปล่า ขณะที่การจ้างงานเด็กจบใหม่ถือว่าเหมาะสม ด้านนักวิเคราะห์มองเป็นมาตรการ “พยุงเศรษฐกิจ” ที่ถูกต้อง ตามกำลังงบประมาณที่มี ประเมินกระตุ้นจีดีพีได้ 0.5% ล่าสุด กระทรวงการคลังบอกแล้วว่า จะให้ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com

หลังจากรัฐบาล ได้ออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค การจ้างงานเด็กจบใหม่ วงเงินกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท ล่าสุด ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือ TDRI เปิดเผยกับทีมข่าว พีพีทีวี ระบุว่า มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงนี้จึงถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่สามารถเดินต่อได้ การส่งออกหยุดชะงัก นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางได้

สำหรับมาตรการแรกที่ กระตุ้นการบริโภคในประเทศวงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย50% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ระยะเวลา 3 เดือน สำหรับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 15 ล้านคน การจ่ายแบบนี้เป็นการเติมเงินไม่ใช่การให้เปล่า ถือเป็นหลักการที่ดีให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น จากเงินของประชาชนรวมกับเงินจากภาครัฐ และไม่เป็นการสปอยให้เกิดการใช้เงินฟุ่มเฟือยเนื่องจากประชาชนต้องเติมเงินลงไปด้วย ไม่ใช่เงินฟรี สิ่งสำคัญ คือ รูปแบบการแจก รายละเอียดไว้ใน ที่ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายไม่ใช่ต้องตื่นมาแย่งกันลงทะเบียน รวมถึงให้เข้าถึงได้จริงโดยเฉพาะธุรกิจขนาดย่อย

ส่วนมาตรการการจ้างงานสำหรับเด็กจบใหม่โดยรัฐบาลสมทบจ่ายกับนายจ้าง คนละ 50% เป็นเวลา 1 ปี สนับสนุนการจ้างงานนักศึกษาใหม่จำนวน 260,000 อัตรา วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นมาตรการที่ทาง TDRI เห็นด้วยอย่างมาก เพราะ TDRI เองมีการประเมินว่าปีนี้จะมีการว่างงาน 2-3 ล้านคน หากมีจากจ้างงานเด็กเหล่านี้ก็จะมีอนาคต แล้วก็นำเงินกลับมาใช้ในระบบเศรษฐกิจ เหมือนกับ 92% ของกลุ่มประเทศ OECD เช่น ออสเตรเลีย เบลเยียม แคนาดาฟินแลนด์ เยอรมนี ที่มีการใช้นโยบายลักษณะนี้เช่นกัน

ส่วนมาตรการการจ้างงานสำหรับเด็กจบใหม่โดยรัฐบาลสมทบจ่ายกับนายจ้าง คนละ 50% เป็นเวลา 1 ปี สนับสนุนการจ้างงานนักศึกษาใหม่จำนวน 260,000 อัตรา วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นมาตรการที่ทาง TDRI เห็นด้วยอย่างมาก เพราะ TDRI เองมีการประเมินว่าปีนี้จะมีการว่างงาน 2-3 ล้านคน หากมีจากจ้างงานเด็กเหล่านี้ก็จะมีอนาคต แล้วก็นำเงินกลับมาใช้ในระบบเศรษฐกิจ เหมือนกับ 92% ของกลุ่มประเทศ OECD เช่น ออสเตรเลีย เบลเยียม แคนาดาฟินแลนด์ เยอรมนี ที่มีการใช้นโยบายลักษณะนี้เช่นกัน

โดยดร.นณริฏ ย้ำว่า สำหรับแพ็คเกจนี้ที่จริงถือเป็นเรื่องน่าชมเชยมากภายใต้กรอบงบประมาณที่จำกัด เพราะเป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ด้วยการ พักหนี้ หยุดภาระก่อน แล้วให้เงินทุนต่อสภาพคล่อง จากนั้นออกมาตรการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่าย แต่ปัญหาสำคัญของรัฐบาลอยู่ในระยะต่อไป คือ เมื่อมาตรการของทีมเศรษฐกิจชุดก่อนหมดลง จะทำอย่างไร ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่จะมีอะไรที่มาเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาอย่างครอบคลุมเป็นระบบได้อีก

อีกหนึ่งนัยยะที่สำคัญที่ต้องระวัง คือ การเปลี่ยนแรงงาน หลังจากนี้จะได้เห็นนักศึกษาจบใหม่ได้รับการจ้างงานเพิ่มขึ้น กลับกันแรงงานใหม่ที่จบในปี 2560-2561 อาจตกงานเพิ่มขึ้น เพราะนายจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ต่างกัน เนื่องจากมาตรการนี้ยังมีข้อจำกัด แก้ไขปัญหาได้บางจุดเท่านั้นตามงบประมาณที่จำกัด จึงสรุปได้ว่าเป็นมาตรการที่ไม่ได้เข้ามาแก้ไขทุกอย่าง แต่เป็นมาตรการที่เข้ามาพยุงไม่ให้ทุกสิ่งที่อย่างมันแย่ไปกว่านี้

ทั้งนี้ ทาง บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ และ TDRI ได้ประเมินไว้ตรงกันว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ราว 0.5%

ล่าสุดนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นการบริโภคแจกเงิน 3,000 บาท ให้กับประชาชนอายุ 18 ปี ขึ้นไป จำนวน 15 ล้านคน จะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน WWW.คนละครึ่ง.com กลางเดือนตุลาคมนี้ โดยชื่อเว็บไซต์ต้องการสื่อสารให้ชัดเจนว่า มาตรการนี้รัฐไม่ได้แจกเงินอย่างเดียว แต่ผู้มีสิทธิต้องร่วมจ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคด้วยครึ่งหนึ่งด้วย ขณะนี้ สศค. กำลังเร่งสรุปรายละเอียดของโครงการทั้งหมด เพื่อเสนอให้ ศบศ. ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะได้ดำเนินการเตรียมพร้อมระบบการลงทะเบียน เงินที่จะมาใช้ในโครงการให้ทันกลางเดือนตุลาคมนี้

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ