เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2563 นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ข้อกล่าวหากรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ดินที่ยื่นไม่ตรงกับการครอบครอง เช่นที่ดินใน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่ยื่นครอบครองไว้กว่า 1,700 ไร่ แต่เมื่อทำการรังวัดแล้วพบว่า น.ส.ปารีณา มีชื่อครอบครองจริง 700 กว่าไร่ และมีที่ดินในจังหวัดอื่น รวมถึงทรัพย์สินบางรายการที่ คณะไต่สวน ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วไม่ตรงความเป็นจริง
โดย ป.ป.ช. จะส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาไปยัง น.ส.ปารีณา เพื่อให้มาชี้แจงข้อกล่าวหา ภายใน 15 วัน น.ส.ปารีณา สามารถมาชี้แจงด้วยตนเอง หรือเป็นหนังสือมาก็ได้ และเปิดโอกาสให้นำพยานหรือให้ ป.ป.ช. ทำการไต่สวนพยานเพิ่มเติมได้ ก่อนจะสรุปรายละเอียดเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หากพบว่าข้อกล่าวหามีมูลจะส่งคำร้องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อศาลประทับรับคำร้อง น.ส.ปารีณา ต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ตามกฏหมาย แต่ก็ยังสามารถยื่นขออุทธรณ์ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล แต่ถ้าศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง น.ส.ปารีณาจะต้องพ้นจากตำแหน่ง นับตั้งแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยความผิดแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ อาจถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองด้วยเป็นเวลาไม่เกิน 10 ปี
ทั้งนี้ส่วนกรณีการครอบครอบที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี อ.จอมบึง จ.ราชบุรี นายนิวัติไชย ระบุว่า เป็นความผิดส่วนบุคคล ที่ตำรวจ ปทส.สามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย แต่ ป.ป.ช. มีกฎหมายเกี่ยวกับจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ปารีณาในฐานความผิดเกี่ยวกับจริยธรรมร้ายแรง ที่เกี่ยวพันกับการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
สำหรับการตรวจสอบ ป.ป.ช.ยังขยายประเด็นไปถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่คนใด ที่อาจเป็นส่วนรู้เห็นหรือช่วยเหลือในการกระทำความผิดของ น.ส.ปารีณา หรือการละเว้นต่อการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้มีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเข้าข่ายความผิดด้านจริยธรรมร้ายแรงด้วยเช่นกัน
ขณะที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า การที่น.ส.ปารีณา ถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และถูกป.ป.ช.เรียกไปรับทราบข้อหาแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ และความผิดด้านจริยธรรม เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น เพราะยังมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคดีทุจริตการสร้างสนามฟุตซอล แต่เรื่องดังกล่าวก็ยังไม่สั่งฟ้อง ซึ่งนายอัจฉริยะ มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้มเหลวในการบริหารบ้านเมือง มีแต่ส.ส.ขาดคุณภาพ โดนข้อกล่าวหาคดีทุจริต และในเพจเฟซบุ๊กของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมแห่งประเทศไทย ยังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับข้าราชการทุจริตจำนวนมาก จึงมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ล้มเหลวในการปราบคอร์รัปชัน จึงประกาศเข้าร่วมการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองวันที่ 19 กันยายนนี้ กับกลุ่มประชาชนปลดแอก
อีกหนึ่งเหตุผลที่นายอัจฉริยะ หยิบยกขึ้นมาในการร่วมชุมนุม คือ การปฏิรูปวงการตำรวจ ที่นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวไว้วว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้น แต่ปัจจุบันชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมยังได้รับการร้องเรียนจากตำรวจชั้นผู้น้อย ถึงการเรียกรับเงินจากตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ลักษณะเงินบรรณาการเป็นทอดๆ โดยพรุ่งนี้ เพจชมรมช่วยเหลือจะเปิดเรื่องราวของผู้บังคับการตำรวจท่านหนึ่ง เรียกรับเงินจากผู้กำกับการโรงพัก เพื่อนำเงินไปดูแลตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งนายอัจฉริยะ ระบุว่า วันที่ 19 ก.ย.นี้ ตนเองจะแค่ไปปรากฏตัวในการชุมนุม ไม่ขึ้นพูดปราศรัย แต่ถ้าแกนนำอยากให้ขึ้นปราศรัยด้วยก็ยินดี แต่จะขอพูดแค่สองประเด็นเท่านั้น คือการทุจริตในวงราชการ และการปฏิรูปตำรวจไทย