ผู้ก่อเหตุในคลิปกระชากผมหญิงสาว ซึ่งถูกตำรวจ สน.พญาไท คุมตัวไปสอบปากคำหลังเดินทางเข้ามอบตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่เมื่อสอบปากคำเสร็จสิ้นและผู้ก่อเหตุกำลังออกมาจากห้องสอบสวน แต่พอมาเจอกลุ่มนักข่าวก็ถึงกับตกใจ และรีบกลับเข้าไปในห้องสอบสวนทันที
ขณะเดียวกันทีมข่าวพีพีทีวี ได้พูดคุยกับผู้เสียหาย ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 06.30 น. เธอกำลังต่อคิวรถตู้จากฟิวเจอร์พาร์ครังสิต มายังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อมาทำงานในตอนเช้า ซึ่งเธอต่อคิวก่อนเป็นคิวแรกจึงได้นำกระเป๋าวางจองที่นั่งเอาไว้ที่เบาะหน้า ระหว่างรอผู้โดยสารขึ้นเต็มคันรถเธอก็ได้ เพื่อหลีกทางให้คนอื่นขึ้นก่อน
จากนั้นผู้ก่อเหตุซึ่งมาเป็นคิวท้ายๆ แต่เขาไม่ยอมขึ้นรถเข้าไปข้างใน และบอกว่าจะนั่งเก้าอี้ติดประตูตรงนี้ซึ่งเป็นที่ผู้เสียหายนำกระเป๋าจองไว้แล้ว จนมีปากเสียงกันเล็กน้อยจากนั้นคนขับรถตู้เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาเจรจาให้ สุดท้ายผู้เสียหายจึงยอมเข้าไปนั่งข้างหลังสุดแทน แต่ทางฝั่งกรณียังได้บ่นด่าทอตนเองตลอดทางที่อยู่บนรถ ซึ่งเธอไม่ได้ตอบโต้อะไร และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้
จนกระทั่งมาถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ พอลงจากรถตู้ ผู้ก่อเหตุก็ยังเดินตามเธอมาด่อท่ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนแรกเธอก็เดินหนีขึ้นบันไดเลื่อนไป แต่กลับถูกคู่กรณีกระชากผมอย่างแรงจนไถลเซลงมาด้านล่าง และผู้ก่อเหตุยังตะโกนต่อว่าเธอต่อหน้าผู้คนมากมายเป็นเวลาเกือบ 5 นาที ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป
ต่อมาผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ที่ สน.พญาไท และขอกล้องวงจรปิดเอาไว้เป็นหลักฐาน จนกระทั่งในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้
เบื้องทางตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหาหนักกับผู้ก่อเหตุ ในความผิดฐาน “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในความผิดฐาน “ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ โดยในวันนี้จะมีนำตัวผู้ก่อเหตุไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงดุสิตต่อไป