ล่าสุดที่ประชุม ลงมติให้ผ่านงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ด้วยคะแนนเสียง 238 ต่อ 71 เสียง โดยข้อสังเกตสำคัญ ที่มีการอภิปราย คือ แผนงานส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่สูงถึง 4,300 ล้านบาท ที่ควรปรับไปใช้ในการดูแลคนไทยในต่างแดน
ประเด็นนี้เป็นข้อสังเกตของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ที่อภิปรายตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณ ให้กับแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 4,337 ล้านบาท อาจเป็นการนำเงินไปอุดหนุนต่างประเทศ มากกว่านำมาใช้ช่วยเหลือประชาชน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศ ปรับเปลี่ยนให้นำงบประมาณจากแผนงานนี้ มาใช้ดูแลคนไทย ที่ประสบปัญหาทั้งโควิด-19 และปัญหาสังคมในต่างแดน ให้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตถึงรายได้ของส่วนราชการในต่างประเทศ ที่เก็บได้จากการจัดเก็บค่าทำวีซ่า ซึ่งมีจำนวนมาก และถือว่าเป็นเงินฝากในต่างแดน จึงอยากให้กระทรวงการต่างประเทศ แก้ไขกฎระเบียบ เพื่อนำเงินส่วนนี้กลับมาใช้ในภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพ
ภายหลังการอภิปรายที่ประชุมได้ลงมติ 238 ต่อ 71 เสียง เห็นชอบกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่ให้ปรับลดงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการต่างประเทศ จาก 4,777 ล้านบาท เหลือ 4,459 ล้านบาท
จากนั้นก็เป็นการอภิปรายในมาตรา 11 ซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่คณะกรรมาธิการปรับลดงบประมาณลงเหลือ 3,646 ล้านบาท
สำหรับงบประมาณปี 64 มีทั้งหมด 40 มาตรา ซึ่งขณะนี้ ได้พิจารณาผ่านไปแล้ว 11 มาตรา เหลือ 29 มาตรา ซึ่งหากไม่เสร็จภายใน 24.00 น. วันนี้ ก็จะพักการประชุมและพิจารณาต่อในวันที่ 18 ก.ย. 2563 อีก 1 วัน