“สึกะ โยชิฮิเดะ” จากลูกชาวสวน สู่ผู้นำมหาอำนาจแห่งตะวันออก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดประวัติและเส้นทางการเมืองของ “สึกะ โยชิฮิเดะ” ลูกหลานชาวสวนในชนบทผู้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

เป็นที่รับทราบกันไปทั่วโลกแล้วว่า นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของญี่ปุ่น ที่จะมาทำหน้าที่บริหารประเทศไปจนถึงกันยายน 2021 แทน ชินโซ อาเบะ ก็คือ “สึกะ โยชิฮิเดะ (Yoshihide Suga)”

โดยเขาได้รับการโหวตให้เป็นประธานพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party; LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในปัจจุบันเมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.) ก่อนที่เมื่อวานนี้ (16 ก.ย.) เขาจะได้รับการโหวตในรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ประวัติและเส้นทางชีวิตของสึกะแตกต่างจากอาเบะโดยสิ้นเชิง โดยอาเบะเป็นทั้ง บุตรชายของรัฐมนตรีต่างประเทศ และหลานชายของนายกรัฐมนตรี ทำให้อาเบะโดดเด่นในรัฐสภา ซึ่งเต็มไปด้วยนักการเมืองที่สืบทอดอาชีพนี้กันในครอบครัว อย่างไรก็ตาม สึกะเป็นนักการเมืองที่สร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง

เขาเกิดในปี 1948 เป็นลูกชายคนโตของเกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รีและคุณครูในเมืองยูซาวะ (Yuzawa) เมืองในชนบทของจังหวัดอากิตะ (Akita) ซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่มีสายเลือดนักการเมือง แต่ปัจจุบันเขาก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกอย่างญี่ปุ่น

คาวาอิ ฮิโรชิ (Hiroshi Kawai) อดีตเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของสึกะบอกว่า “เขาเป็นคนเงียบ ๆ ... เขาเป็นคนที่คุณจะไม่สังเกตเห็นเลยว่าเขาอยู่ที่นั่นหรือไม่”

หลังจากจบการศึกษาจากระดับมัธยมศึกษาในยูซาวะ สึกะเดินทางเข้ามายังกรุงโตเกียว โดยเขาทำงานพาร์ตไทม์หลายอย่าง เช่น เป็นพนักงานโรงงานกระดาษแข็ง เป็นคนงานในตลาดปลา เป็นต้น เพื่อหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนมหาวิทยาลัย

สึกะใช้เวลากลางวันในการทำงาน และเรียนกฎหมายภาคกลางคืน ที่มหาวิทยาลัยโฮเซย์ (Hosei University) ซึ่งเขาให้เหตุผลว่า “เป็นมหาวิทยาลัยที่ถูกที่สุดที่เขาสามารถจ่ายเงินเรียนได้” ก่อนที่เขาจะได้รับวุฒินิติศาสตร์บัณฑิตในปี 1973 ในที่สุด

หลังสำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัย สึกะได้เข้าทำงานในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของสภาสูงญี่ปุ่น และต่อมาทำงานเป็นเลขานุการของสมาชิกพรรค LDP โอโคโนกิ ฮิโคซาบุโร (Hikosaburo Okonogi) เป็นเวลา 11 ปี ก่อนจะลาออกจากในเดือนตุลาคม 1986 เพื่อเริ่มต้นอาชีพทางการเมืองของตัวเอง

ในปี 1987 สึกะได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาเมืองโยโกฮามาในเดือนเมษายน หลังใช้วิธีหาเสียงด้วยการเคาะประตูบ้านพบปะประชาชนมากถึง 30,000 หลัง และเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองท้องถิ่นที่เปลี่ยนรองเท้าถึง 6 คู่จากการหาเสียงนั้น นอกจากนี้สึกะยังมักกล่าวสุนทรพจน์หาเสียงบริเวณหน้าสถานีรถไฟที่มีผู้คนพลุกพล่าน ซึ่งกลายเป็นต้นแบบการหาเสียงให้กับนักการเมืองญี่ปุ่นรุ่นหลัง

สึกะได้เข้ามาทำงานในรัฐสภาในปี 1996 จากการเลือกตั้งทั่วไป โดยเป็นตัวแทนของเขตที่ 2 ของคานางาวะ

เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองรัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายกิจการภายในและการสื่อสารในเดือนพฤศจิกายน 2005 สมัยนายกรัฐมนตรี โคอิซึมิ จุนอิจิโร (Koizumi Junichiro)

ต่อมาในปี 2006 เขาได้ร่วมคณะรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เป็นครั้งแรก โดยเลื่อนตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการแปรรูปบริการไปรษณีย์

และเมื่อธันวาคม 2012 ที่ชินโซ อาเบะ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 2 (2012-2020) สึกะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี” ซึ่งทำหน้าที่เป็นมือขวาของนายกฯ เป็นโษฆก และเป็นเหมือน “นายกรัฐมนตรีเงา” ของญี่ปุ่น

สึกะ โยชิฮิเดะ เป็นเจ้าของสถิติผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรียาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น คือ 2,807 วัน (ณ วันที่ 1 กันยายน)

ขณะดำรงตำแหน่ง สึกะถูกตั้งฉายาโดยสื่อญี่ปุ่นว่าเป็น “กำแพงเหล็ก” เนื่องจากมักไม่ตอบคำถามที่เขาไม่ต้องการตอบ

หลังเข้ารับตำแหน่ง สึกะในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้ประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีอดีตผู้ได้รับการแต่งตั้งตั้งแต่สมัยอาเบะจำนวนมาก เพื่อเสริมความมั่นคงและความต่อเนื่องระหว่างผู้นำทั้งสอง ท่ามกลางความกังวลว่าสึกะจะบริหารงานโดยไม่หลุดพ้นจากกรอบแนวทางของอาเบะ

หลังจากนี้ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีที่มีชาติกำเนิดนอกสายการเมืองคนนี้ จะนำพาญี่ปุ่นไปในทิศทางใด โดยอุปสรรคแรกที่เขาจะต้องรับมือ ก็คือสถานการณ์การระบาดโควิด-19 และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน

สำรวจความเห็นคนญี่ปุ่น "ชินโซ อาเบะ" ลาออก

ชินโซ อาเบะ "ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น" เพราะปัญหาสุขภาพ

เรียบเรียงจาก BBC, CNN, The Guardian

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ