พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ฝ่ายตำรวจต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากตำรวจญี่ปุ่นว่า วันนี้จะมีการฝากขัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่นจับกุมที่สนามบินนาริตะ ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง
" ทางการไทยช่วยเหลืออะไรได้ไม่มาก เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายของญี่ปุ่น โดยสิ่งที่ทำได้คือ การรับรองว่าเคยเป็นนายตำรวจระดับสูงของไทย ขณะที่กฎหมายญี่ปุ่น กำหนดบทลงโทษสำหรับความผิดลักษณะดังกล่าวไว้ค่อนข้างสูง คือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี แต่หากเหตุเกิดในมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ โทษสูงสุดอาจถึงขั้นประหารชีวิต"
โดยขณะนี้ ทางการญี่ปุ่นยังถูกคุมตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ อยู่เพียงคนเดียว โดยในเย็นวันนี้ ทางด้านอัยการ จะมีคำสั่งว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องอย่างไรนั้น หากไม่สั่งฟ้องก็สามารถเดินทางกลับประเทศได้เลย แต่หากสั่งฟ้องทางทูตไทยในญี่ปุ่นเตรียมจัดหาทนายเพื่อดูคดีนี้แล้ว และคาดว่าคงไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ไทยไปเจรจา
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าปืนกระบอกดังกล่าวผ่านเครื่องตรวจเอ็กซ์เรย์ที่สนามบิน ณ จุดใด และเท่าที่ทราบ ปืนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พกพาไปนั้น เป็นปืนขนาดเล็กมากสามารถถือไว้ในฝ่ามือได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นปืนพกรุ่นใด รวมทั้งไม่แน่ใจด้วยว่ามีใบอนุญาตพกปืนหรือไม่
นาวาอากาศเอกกันต์พัฒน์ มังคละศิริ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานมาตรฐาน ท่าอากาศยานและการบิน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ "ทอท." กล่าวว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่ามีการพกพาอาวุธปืนออกนอกประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นได้อย่างไร หลุดรอดการตรวจสอบในขั้นตอนใด เพราะกรณีที่ผู้โดยสารพกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่องโดยไม่มีการสำแดงหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ หากถูกตรวจพบ และอ้างว่าลืมจะถูกข้อหาพยายามพกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่องด้วย ทั้งนี้ มีกรณีเดียวที่สามารถพกอาวุธขึ้นเครื่องได้ คือกรณีที่เป็นการอารักขาบุคคลสำคัญเท่านั้น
ขณะที่ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ได้เข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมส่งล่ามแปลภาษาไปด้วย และอยู่ระหว่างการประสานเรื่องคดี