วันนี้ 23 ก.ย. 2563 นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายเรียกร้องให้ ส.ส. และ ส.ว. ช่วยกันคิดว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ควรมีความชัดเจนว่าจะแก้ไขในมาตรา หรือ ประเด็นใดที่เป็นปัญหา และไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 เพื่อตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ชัดเจนว่าจะแก้ส่วนไหนที่เป็นปัญหา คล้ายกับการตีเช็คเปล่า เพื่อนำไปรื้อทั้งฉบับ
เช่นเดียวกับ พล.อ.นาวิน ดำริกาญจน์ สมาชิกวุฒิสภา ที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้ง ส.ส.ร. โดยอ้างว่า งบประมาณการเลือกตั้ง ส.ส.ร. และการทำประชามติ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจใช้สูงถึง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เหมาะสมกับเวลาที่ขณะนี้ต้องกันงบประมาณไว้ในการซื้อวัคซีนและแก้วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19
การอภิปรายตลอด 6 ชั่วโมง ทั้งพรรคร่วมฝ่ายค้าน และ พรรคร่วมรัฐบาล อภิปรายสนับสนุนให้แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การจัดตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ในจำนวนนี้ มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า การมี ส.ส.ร. จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชน นิสิต นักศึกษา และเชื่อว่าจะเป็นทางออกวิกฤตการเมืองให้กับประเทศได้
ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายความคิดเห็นส่วนตัว บอกไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งของพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก และให้ รัฐสภา เลือก นายกรัฐมนตรี คนใหม่ จากบัญชีนายกฯ ที่เหลืออยู่ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย มาเป็นนายกรัฐมนตรี ดูแลการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ก่อนยุบสภาเลือกตั้งใหม่
“ก้าวไกล” เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ไม่จำกัดหมวด ลั่น ปิดสวิตช์ ส.ว.